พุทธศาสตร์ โหราศาสตร์ หัตถศาสตร์ ภูมิลักษณ์ศาสตร์ (ฮวงจุ้ย) นรลักษณ์ศาสตร์ (โหงวเฮ้ง)

โหราศาสตร์ด้านดาราศาสตร์ (โหราศาสตร์กาแลคซี่)

 

   ดวงจันทร์์ (Moon)

           ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ อเมริกาส่งมนุษย์ และยานอวกาศไปลงสำรวจผิวพื้นดวงจันทร์
           ดวงจันทร์เป็นดาวบริวารของโลกเพียงดวงเดียว เป็นวัตถุท้องฟ้าที่โคจรรอบโลกของเราอยู่ตลอดเวลา ไม่สามารถที่จะแยกตัวเองออกไปอยู่ที่อื่นได้  ทั้งนี้  เพราะผลจากแรงดึงดูดของโลกที่มีต่อดวงจันทร์ (Gravitation) นั่นเอง อิทธิพลของดวงจันทร์ที่โคจรรอบโลกก่อให้เกิดการขึ้นลงของกระแสน้ำ ที่เราเรียกกันทั่วไปว่า น้ำขึ้น-น้ำลง ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงในรอบประจำเดือนของสตรีเพศ ซึ่งคิดถัวเฉลี่ย ๒๘ ดิถี จะมี ๑ ครั้ง ตามกำหนดปกติ ยกเว้นเสียจากสตรีซึ่งกำลังตั้งครรภ์ หรือรอบเดือนมาไม่ตามปกติ
           ระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์โดยเฉลี่ยประมาณ ๒๓๘,๘๗๕ ไมล์ หรือเท่ากับ ๑.๒๘ วินาทีแสง กำหนด ณ จุดศูนย์กลางของโลก และจากจุดศูนย์กลางของดวงจันทร์ โดยหาค่าเฉลี่ยจากอาการที่ดวงจันทร์โคจรเร็ว ซึ่งแสดงว่าในจังหวะนั้นดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากและในปฏิภาคกลับเมื่อดวงจันทร์โคจรช้า เป็นขณะที่ดวงจันทร์โคจรอยู่ไกลโลกออกไป ดวงจันทร์จะโคจรใน ๑ วัน ได้อย่างมากไม่เกิน ๑๕ องศา ๒๕ ลิปดา และอย่างต่ำไม่น้อยกว่า ๑๑ องศา ๔๕ ลิปดา ถัวเฉลี่ยประมาณ ๒ ๑/๒ วัน โคจรได้ ๓๐ องศา หรือ ๑ ราศี ในปูมิปฏิทินโหร

           โครงสร้างของดวงจันทร์ (Structure of the moon) ในด้านการค้นคว้าทดลองโดยสหรัฐอเมริกา ได้ส่งยานอวกาศนำมนุษย์ไปลงบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้สำเร็จเมื่อไม่นานมานี้ พิสูจน์ให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า ดวงจันทร์มีรูปทรงกลม ที่พื้นผิวเต็มไปด้วย หิน กรวด ทราย ภูเขา และบ่อหลุมลึกของภูเขาไฟ หรือลูกอุกกาบาตน้อยใหญ่ บนดวงจันทร์ไม่มีน้ำและบรรยากาศขาดออกซิเจน ไม่มีมนุษย์ สัตว์อาศัยอยู่ได้เลย เส้นผ่าศูนย์กลางของดวงจันทร์ยาวประมาณ ๒,๑๖๐ ไมล์ สั้นกว่าโลกประมาณ ๓.๖ เท่า อุณหภูมิของดวงจันทร์เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วมาก กล่าวคือ เวลาเที่ยงวันจะมีอุณหภูมิประมาณ ๒๑๒ องศาฟาเรนไฮต์ และในเวลาเที่ยงคืนจะมีอุณหภูมิประมาณ –๒๐๐ องศาฟาเรนไฮต์ แรงดึงดูดเป็นเศษ ๑ ส่วน ๖ เท่าของโลก ดังนั้น ถ้ามนุษย์เรามีน้ำหนัก ๑๕๐ ปอนด์ในโลก เมื่อไปอยู่ที่พื้นผิวของดวงจันทร์แล้ว จะมีน้ำหนักเหลือเพียง ๒๕ ปอนด์ ในโลกเท่านั้น ดวงจันทร์หมุนรอบโลกใช้เวลาประมาณ ๒๙ วันเศษ เรียกว่า ๑ เดือน (บางปีมี ๑๒ เดือน บางปีก็มี ๑๓ เดือน) ซึ่งเราเรียกว่า อธิกมาศ ต้องเพิ่มเดือน ๘ ถึง ๒ ครั้ง ดวงจันทร์หมุนรอบตัวเองเท่ากับโลกหมุนรอบตัว จึงทำให้เราเห็นดวงจันทร์แต่เพียงด้านเดียว โดยเหตุที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลกเช่นเดียวกับดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์เป็นดาวบริวารของโลกที่ไม่มีแสงสว่างของตนเอง แต่สามารถมองเห็นได้จากโลก โดยอาศัยแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์แสงของดวงจันทร์ที่สะท้อนมาหาโลกของเราในแต่ละวัน ทำให้มองเห็นดวงจันทร์มีรูปลักษณะไม่คงที่ กล่าวคือ มีลักษณะกลมบ้าง แหว่งบ้าง เว้าบ้าง หรือมองไม่เห็นในเวลาข้างแรมเดือน แก่ ด้วยลักษณะอาการต่างๆเหล่านี้ จึงมองเห็นดวงจันทร์ค่อยๆ เปลี่ยนรูปลักษณะไปวันละเล็กละน้อย ลักษณะเช่นนี้ เราเรียกว่า “ดิถีของดวงจันทร์”
           จันทร์ดับ(New Moon) อมาวสี เมื่อดวงจันทร์โคจรอยู่กลางระหว่างดวงอาทิตย์กับโลก เราไม่สามารถมองเห็นดวงจันทร์ในเวลากลางวันได้เลย เพราะแสงแห่งดวงอาทิตย์ได้เข้าบดบังแสงของดวงจันทร์เสียสิ้น ส่วนเวลากลางคืนเมื่อดวงอาทิตย์โคจรลับขอบฟ้าในทางทิศตะวันตกไปแล้ว ดวงจันทร์ก็จะโคจรตามไปด้วย จึงไม่สามารถสองเห็นดวงจันทร์ได้เช่นกัน ดวงจันทร์ดังกล่าวนี้อยู่ตรงกับแรม ๑๔ ค่ำ หรือแรม ๑๕ ค่ำ ในทางวิชาโหราศาสตร์ในวันดังกล่าวนี้ ดวงจันทร์ได้โคจรเข้าร่วมราศีกับอาทิตย์จร โดยมีองศาเท่ากันพอดี ไม่ว่าจะเป็นในราศีใดก็ตาม ถือว่าดวงจันทร์เข้าสู่จุดดับบนท้องฟ้า จุดดับดังกล่าวนี้ ถ้าเข้าไปถูกจุดลัคนากำเนิด หรือจุดตั้งรับในดวงชะตา อาทิเช่น ตะหนุเศษ อาทิตย์ จันทร์ ในดวงชะตาเข้าจะก่อให้เกิดทุกข์แก่เจ้าชะตาได้ทันที ถ้าเป็นดวงที่ถึงฆาตอายุขัยด้วยแล้วละก็ กำหนดวันลงไปเลยว่าเสียชีวิตในวันจันทร์ที่โคจรเข้าสู่จัดดับ เช่น เข้าทับลัคนาเวลาเกิดเป็นต้นได้อย่างแม่นยำ ตัวอย่างเช่น ลัคนาสถิตย์ราศีเมษ ๓ องศา ๑๐ ลิปดา เมื่อดาวอื่นมาคอยเป็นฆาตอยู่และมีดาวจันทร์และอาทิตย์จรเข้าสถิตย์ราศีเมษ ระยะ ๓ องศาเท่ากัน ดังนี้ถือว่าดาวจันทร์ดับเข้าทับลัคนาในราศีเมษ เป็นจุดที่กำหนดวันที่ที่จะเกิดเหตุร้ายแรงแก่เจ้าชะตาได้ทันที ทั้งนี้ เพื่อความไม่ประมาท ท่านนักโหราศาสตร์ควรได้ตรวจดูในปูมิทินโหรประจำปีว่า ในปีนั้นจันทร์โคจรเข้าสู่จุดดับมีทั้งสิ้น ๑๒ ครั้งด้วยกัน(เดือนละ ๑ ครั้ง) เข้าไปทับดาวอะไรในพื้นที่ชะตากำเนิดหรือจุดลัคนา หรือจุดตั้งรับของดวงชะตาดังกล่าวข้างต้นบ้าง ก็ให้ทายไปตามการของดวงดาว และเรือนชะตาที่ดาวจันทร์ดับในราศีนั้นๆ ได้ทันที
           จันทร์เพ็ญ (Full Moon) ปูรณมี เมื่อดวงจันทร์โคจรรอบโลก โดยโลกอยู่กลางระหว่างดวงจันทร์กับดวงอาทิตย์ เราจึงสามารถมองเห็นดวงจันทร์ในเวลากลางคืนเป็นรูปทรงกลมได้อย่างชัดเจน เพราะว่าดวงจันทร์มิได้โคจรลับหายไปพร้อมกับดวงอาทิตย์ แสงแห่งดวงอาทิตย์ไม่สามารถเข้าบดบังหรือขับแสงของดวงจันทร์ได้เลย ทั้งนี้ เพราะว่าโลกได้บังแสงอาทิตย์อยู่ ดังนั้นในวันที่ดวงจันทร์เต็มดวง ขณะที่ดวงอาทิตย์โคจรลับหายไปจากขอบฟ้าทางทิศตะวันตก ดวงจันทร์ก็กำลังโผล่ขึ้นมาจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกเช่นเดียวกัน ตำแหน่งจันทร์เพ็ญนี้คือ เป็นจังหวะที่ดวงจันทร์โคจรเข้าเล็งกับดวงอาทิตย์ในลักษณะมุมตรงข้าม คือ ระยะ ๑๘๐ องศาเล็งเป็นเส้นตรงพอดี ขณะใดที่ดวงจันทร์โคจรเข้าไปสู่จุดเพ็ญ ไม่ว่าจะถูกลัคนาเวลาเกิดหรือจุดตั้งรับในดวงชะตา หรือเรือนใดก็ตามที่จะก่อให้เกิดผลคุณอย่างมหาศาลแก่เจ้าชะตา ตัวอย่างอาทิเช่น ลัคนาสถิตอยู่ราศีตุลย์ ๑๐ องศา ๑๕ ลิปดา และดาวจันทร์ได้โคจรเข้าเล็งลัคนา โดยมีองศาอยู่ในราศีเมษ ๑๐ องศา เป็นในขณะเดียวกันกับที่ดวงอาทิตย์กำลังโคจรเข้าราศีตุลย์ระยะ ๑๐ องศา เข้าทับลัคนาเวลาเกิดเล็งกับดวงจันทร์ในราศีเมษมีระยะ ๑๘๐ องศาพอดี เราเรียกจุดนี้ว่า จันทร์เพ็ญ ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่เจ้าชะตาในระยะเดือนดังกล่าว หรือถ้าเป็นการเพ็ญอยู่ในเรือนกัมมะแก่เจ้าชะตา เจ้าชะตาก็จะได้รับผลสำเร็จ ซึ่งเกิดจากกิจการงาน การเพ็ญของดวงจันทร์มี ๑๒ ครั้งในรอบ ๑ ปี เช่นเดียวกับจันทร์ดับ โปรดสังเกตในปูมิปฏิทินจรประจำปีแล้วท่านก็จะทราบเองว่าระยะวันเดือนอะไรในรอบปี ดวงจันทร์เพ็ญในองศาที่เท่าไร ดาวจันทร์โคจรในเวลาข้างขึ้น เราเรียกว่า ศุกลปักษ์ ส่วนดวงจันทร์โคจรในข้างแรม เรียกว่า กาฬปักษ์ เรียกวันที่กำหนดขึ้นจากดวงจันทร์โคจรว่า “ดิถี” ซึ่งมีตั้งแต่ ๑-๓๐ นับตั้งแต่ ขึ้น ๑ ค่ำ ถึง แรม ๑๕ ค่ำ ดังนี้ (ดูตารางหน้า ๔๒)

                       
  ขึ้น   ๑ ค่ำ และ แรม   ๑ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
  ๑ และดิถีที่ ๑๖ เรียกว่า ปถมี  
  ขึ้น   ๒ ค่ำ และ แรม   ๒ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
  ๒ และดิถีที่ ๑๗ เรียกว่า  -ทวิติย  
  ขึ้น   ๓ ค่ำ และ แรม   ๓ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
  ๓ และดิถีที่ ๑๘ เรียกว่า ตรีติย  
  ขึ้น   ๔ ค่ำ และ แรม   ๔ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
  ๔ และดิถีที่ ๑๙ เรียกว่า จตุรถี  
  ขึ้น   ๕ ค่ำ และ แรม   ๕ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
  ๕ และดิถีที่ ๒๐ เรียกว่า ปัญจมี  
  ขึ้น   ๖ ค่ำ และ แรม   ๖ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
  ๖ และดิถีที่ ๒๑ เรียกว่า ฉัฏฐี  
  ขึ้น   ๗ ค่ำ และ แรม   ๗ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
  ๗ และดิถีที่ ๒๒ เรียกว่า สัปตมี  
  ขึ้น   ๘ ค่ำ และ แรม   ๘ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
  ๘ และดิถีที่   เรียกว่า บุพพัฏฐมี  
         ค่ำ และ แรม   ๘ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
  ๘ และดิถีที่ ๒๓ เรียกว่า อัฏฐมี  
  ขึ้น   ๙ ค่ำ และ แรม   ๙ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
  ๙ และดิถีที่ ๒๔ เรียกว่า นวมี  
  ขึ้น ๑๐ ค่ำ และ แรม ๑๐ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
 ๑๐ และดิถีที่ ๒๕ เรียกว่า ทสมี  
  ขึ้น ๑๑ ค่ำ และ แรม ๑๑ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
 ๑๑ และดิถีที่ ๒๖ เรียกว่า เอกาทสี  
  ขึ้น ๑๒ ค่ำ และ แรม ๑๒ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
 ๑๒ และดิถีที่ ๒๗ เรียกว่า ทวาทสี  
  ขึ้น ๑๓ ค่ำ และ แรม ๑๓ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
 ๑๓ และดิถีที่ ๒๘ เรียกว่า ไตรโยทสี  
  ขึ้น ๑๔ ค่ำ และ แรม ๑๔ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
 ๑๔ และดิถีที่ ๒๙ เรียกว่า จตุรทสี  
  ขึ้น ๑๕ ค่ำ และ แรม ๑๕ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
 ๑๕ และดิถีที่   เรียกว่า ปูรณมี  
  แรม ๑๕ ค่ำ และ แรม ๑๕ ค่ำ
ตรงกับดิถีที่
 ๓๐ และดิถีที่   เรียกว่า อามาวสี  
                       

          สัญลักษณ์ของดวงจันทร์ในทางสากล คือ   อักษรย่อแทนดาว คือ . มาจากคำว่า จันทร์วาร เลขที่ใช้แทนดาวจันทร์ คือ ชื่อที่เรียก ศศิ จันเทา ราตรีมณี วิศวปา ภคะ อินทุ ติถิปรณี โสมะ ทวิราชา ฉายามฤคธร ฯลฯ เป็นต้น
          ความหมายของดวงจันทร์ในทางโหราศาสตร์ หลักครูท่านให้พยากรณ์ "ทายรูปจริตให้ทายจันทร์" เรื่องนี้ข้าพเจ้าได้พบเห็นมามากในดวงชะตาบุคคลทั่วๆ ไป โดยเฉพาะในดวงชะตาสตรีเพศ ถ้าในดวงใครมีดาวจันทร์ได้ตำแหน่งเป็นมหาอุจจ์, มหาจักร์, เกษตร, อุจจาวิลาศ, อุจจาภิมุก หรือจันทร์ในราศีมังกร จะส่งผลคุณให้เจ้าชะตาเป็นผู้มีเสน่ห์ นัยตาคม หวาน มีจิตใจใฝ่สูง แต่ถ้าเหตุบังเอิญทำให้ดาวจันทร์ในดวงชะตาเสีย เช่น เป็นนิจจ์, ประหรืออยู่ร่วมกับดาวเสาร์ จะเป็นคนที่วิตกจริตเป็นพื้น รูปร่างก็ไม่งาม ทำอะไรมีแต่คนใส่ร้ายป้ายสี มัวหมอง ทุกข์โศก ตั้งตัวด้วยความยากลำบาก ชีวิตเกิดมาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน จิตใจเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา เห็นผู้อื่นดีกว่าไม่ค่อยได้ ชอบนินทาผู้อื่น เหล่านี้เป็นต้น
          โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากดวงจันทร์ ได้แก่ โรคกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ สายตาสั้น-ยาว ต่อมน้ำเหลืองเสีย โรคบวม ท้องมาร และวัณโรค
          เกี่ยวกับสถานที่ ได้แก่ แม่น้ำ ทะเล หนองคลองบึง ท่าเรือ อู่ต่อเรือ กรมการประมง โรงกลั่นสุรา เบียร์ น้ำส้มน้ำหวานทุกชนิด
          บุคคลที่อยู่ในลักษณะของดวงจันทร์ ได้แก่ ราชินี ประธานาธิบดีหญิง นายกรัฐมนตรีหญิง สตรีที่สูงศักดิ์ นางพยาบาล ผู้ทำหน้าที่ขนส่งทางน้ำ นักท่องเที่ยว คนเดินเรือทะเล ชาวประมง หัวหน้าคนงานหญิงทุกระดับ

         
  จันทร์โฉมตรู พุธนงเยาว์ จันทร์เป็นมิตรกับพุธ จันทร์เป็นศัตรูกับเสาร์  
  แสดงถึงพระประจำวัน ได้แก่ พระปางห้ามญาติ  
  แสดงถึงเพศ ได้แก่ เพศหญิง  
  แสดงถึงยามอัฐกาล ได้แก่ จันเทา (ยามกลางวัน) ศศิ (ยามกลางคืน)  
  แสดงถึงสี ได้แก่ สีขาวนวล  
  แสดงถึงเครื่องตกแต่ง ได้แก่ ไข่มุกขาว  
  แสดงถึงแร่ธาตุ ได้แก่ แร่เงิน, เพชร, พลอยที่มีสีขาว ธาตุดิน (ปัฐวีธาตุ)  
  แสดงถึงรส ได้แก่ รสเค็ม  
  แสดงถึงนาม ได้แก่ พยัฆนาม  
  แสดงถึงอักษร ได้แก่ ก. ข. ฃ. ค. (ค.แทนคอคน) ฆ. ง.  
  แสดงถึงทิศ ได้แก่ ทิศบูรพา (ตะวันออก)  
         

  <<หัวเรื่องก่อนหน้านี้

หัวเรื่องถัดไป >>