พุทธศาสตร์ โหราศาสตร์ หัตถศาสตร์ ภูมิลักษณ์ศาสตร์ (ฮวงจุ้ย) นรลักษณ์ศาสตร์ (โหงวเฮ้ง)

โหราศาสตร์ด้านดาราศาสตร์ (โหราศาสตร์กาแลคซี่)
ดาวอังคาร (Mars) |

| เป็นดาวเคราะห์สีแดง ชั้นบรรยากาศ มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นส่วนใหญ่ มีไนโตรเจนและออกซิเจนจำนวนน้อย พื้นผิวเป็นภูเขาไฟ มีรอยแตกที่วิ่งตัดกันเป็นทางยาวคล้ายคลอง บางบริเวณมีเหวอันกว้างใหญ่ และรายล้อมด้วยที่ราบกว้างใหญ่อันเกิดจากลาวา | ||
| เส้นผ่าศูนย์กลาง | : ๖.๗๘๗ กิโลเมตร | ระยะห่างเฉลี่ยจากดวงอาทิตย์ ๒๒๘,๐๐๐ กิโลเมตร |
| มวลสาร | : ๐.๑๐๗ เท่าของโลก | จำนวนดวงจันทร์บริวาร ๒ ดวง |
| โคจรรอบดวงอาทิตย์ ๑ รอบ | : ๖๘๖.๙๖ วัน | อัตราการหมุนรอบตัวเอง ๑ วันกับอีก ๗ ชั่วโมง |
ดาวอังคารเป็นดาวพระเคราะห์วงนอกของโลก (Superior Planets) อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ ๑๔๑.๖๕๐,๐๐๐ ล้านไมล์ มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวประมาณ ๔,๒๐๐ ไมล์ หนัก ๑/๑๐ เท่าของโลกจะโคจรหมุนรอบตัวเอง ๒๔ ชั่วโมงกับ ๔๕ นาที หมุนรอบดวงอาทิตย์ ๖๘๗ วัน มีสีค่อนข้างแดง มีดวงจันทร์เป็นบริวาร ๒ ดวง เรามักจะเห็นดาวอังคารขึ้นในตอนเช้าตรู่ จะมองเห็นได้อย่างเด่นชัดในทางทิศตะวันออก ก่อนที่ดวงอาทิตย์จะรุ่งอรุณ
ดาวอังคารเทพเจ้าแห่งสงคราม
โครงสร้างของดาวอังคาร (Structure of the Mars) ในด้านการค้นคว้าและพิสูจน์ทราบของนักดาราศาสตร์ แรกเราเชื่อกันว่าคงจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ เมื่อสมัยเด็กๆ ข้าพเจ้าเคยได้ยินผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่ามีจานบินมาจากโลกพระอังคาร มาบินวนเวียนอยู่ในโลกของเราและแถมยังมีมนุษย์ ซึ่งมีร่างกายใหญ่โตมากับจานบินที่ว่านี้ด้วย เพราะนักดาราศาสตร์ได้พิจารณาเห็นว่า ที่ขั้วเหนือและขั้วใต้ของดาวอังคารนั้น มีลักษณะเป็นสีขาวคล้ายกับหิมะที่ปกคลุม และที่พื้นผิวประกอบด้วยดินทราย และมีสีเขียวซึ่งมองดูเหมือนกับพืชพันธุ์ต่างๆ เกิดขึ้นได้ เมื่อเป็นฉะนี้ก็น่าจะมีมนุษย์หรือสัตว์อาศัยอยู่ได้ แต่เรื่องจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะจากการสำรวจครั้งล่าสุด ไม่ปรากฏว่ามีสิ่งที่มีชีวิตอาศัยอยู่ได้เลย
ดังได้กล่าวแล้วว่า ดาวอังคารเป็นดาวเคราะห์วงนอก ซึ่งมีอัตราการโคจร เป็น ๒ ลักษณะด้วยกัน คือ การโคจรเดินหน้าตามปกติ และการโคจรย้อนกลับในทิศทางตรงกันข้ามกับทางโคจรเดิม อัตราความเร็วในการโคจรเดินหน้าตามปกติมีความเร็วในการโคจรดังนี้
ดาวอังคาร อัตราการโคจรเดินหน้าอย่างสูงสุดมีระยะเชิงมุมประมาณ ๕๘ ลิปดาต่อ ๑ วัน หรือคิดโดยเฉลี่ยมีระยะเชิงมุม ประมาณ ๔๕ ลิปดาต่อ ๑ วัน ส่วนอัตราการโคจรที่ช้าที่สุดต่อ ๑ วัน ได้แก่อาการหยุดนิ่งไม่เคลื่อนที่ (Stationary) สำหรับอัตราการโคจรของดาวอังคารใน ๑ ราศี (๓๐ องศา) ใช้เวลาในการโคจรประมาณ ๔๕ วัน หรือประมาณ ๑ เดือนครึ่ง ดาวอังคารจะโคจรย้อนกลับในทิศทางตรงกันข้ามกับทางโคจรเดิม ซึ่งเราเรียกว่า โคจรถอยหลังอย่างสูงสุด มีระยะเชิงมุมประมาณ ๒๔ ลิปดาต่อ ๑ วัน ระยะเวลาที่ดาวอังคารโคจรถอยหลังอย่างมากที่สุด ๘๐ วัน มีมุมถอยหลังประมาณ ๑๙ องศา ระยะอย่างน้อย ประมาณ ๖๐ วันทำมุมถอยหลังประมาณ ๑๐ องศา แต่ถ้าหากดาวอังคารโคจรพักร (ถอยหลัง) ไม่ข้ามราศี สามารถที่จะอยู่ในราศีกรกฎ ราศีสิงห์และราศีกันย์ ราศีตุลย์ได้นานที่สุดประมาณ ๒๓๕ วัน ประมาณ ๘ เดือน และน้อยที่สุด จะอยู่ในราศีมังกรและราศีกุมภ์ ประมาณ ๑๘๗ วัน ประมาณ ๖ เดือน สรุปอย่างไรก็ตาม ดาวอังคารจะโคจรเดินหน้าเร็วผิดปกติ จะอยู่ในราศีหนึ่งๆ อย่างน้อยที่สุดเพียง ๓๘ วัน ทั้งนี้เพราะเหตุว่าโดยปกติ ดาวอังคารจะโคจรพักรองศาประมาณ ๒ ปี ต่อ ๑ ครั้ง
การเพ็ญและดับของดาวพระเคราะห์วงนอกของโลก กล่าวคือ เมื่อดวงอาทิตย์โคจรอยู่กลางระหว่างดาวเคราะห์วงนอกกับโลก ดาวเคราะห์วงนอกจะดับถ้าโลกโคจรอยู่กลางระหว่างดาวเคราะห์วงนอกกับดวงอาทิตย์หรือดาวเคราะห์วงนอกใกล้โลกมากที่สุด ดาวเคราะห์วงนอกจะเพ็ญ หากพิจารณาจากดวงชะตาแล้ว ถ้าดาวเคราะห์วงนอกร่วมองศาราศีเดียวกันกับดวงอาทิตย์ถือว่า ดาวนั้นดับอย่างแน่นอน ถ้าดาวเคราะห์วงนอกเล็งหรืออยู่ในราศีตรงข้ามกับดวงอาทิตย์และมีอาศาเท่ากันก็ถือว่าดาวนั้นเพ็ญอย่างแน่นอน การเพ็ญหรือดับของดาวเคราะห์วงนอก ได้กำหนดไว้ตายตัว ดังนี้
เพ็ญสนิท เมื่อดาวเคราะห์วงนอก อยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ มีระยะเชิงมุม ๑๘๐ องศา อาทิ เช่น อาทิตย์โคจรอยู่ราศีเมษ ๓ องศา และในจังหวะนั้น ดาวอังคารโคจรเข้าราศีตุลย์ ๓ องศา อันนี้ถือว่าดาวอังคารกำลังโคจรเข้าสู่จุดเพ็ญสนิทองศา ไม่ให้คุณเพราะถือว่าเป็นเพราะเคราะห์คู่ศัตรู อารมณ์หงุดหงิดต้องเดินทาง บ้านช่องอยู่ไม่ติด ควรรักษาอารมณ์ให้ดีโดยเฉพาะกับครอบครัวหรือญาติ
ดับสนิท เมื่อดาวเคราะห์วงนอกอยู่ในตำแหน่งร่วมกับดาวอาทิตย์ มีระยะเชิงมุมเฉพาะได้ระยะห่างกัน ๐ องศา ๒ ลิปดา ตัวอย่างเช่น อาทิตย์โคจรอยู่ราศีกรกฎ ระยะ ๕ องศา และก็เป็นจังหวะในห้วงนั้น ดาวอังคารกำลังโคจรเข้าสู่ราศีกรกฎ ระยะ ๕ องศา ดังนี้ถือ ดาวอังคารโคจรเข้าสู่จุดดับสนิทองศา ก่อให้เกิดโทษทุกข์แก่เจ้าชะตามหาศาลพึงเร่งระวังอุบัติเหตุอย่าเดินทางไกลเมื่อถูกจุดดับในดวงชะตากำเนิด
ข้อควรจำ เมื่อดาวเคราะห์วงนอกกำลังโคจรเพ็ญ จะอยู่ใกล้โลกมากที่สุด ต่อมาจะโคจรช้ามาก กำลังโคจรดับ จะอยู่ไกลโลกมากที่สุด และต่อมาจะโคจรเร็วมาก ประมาณ ๓ เท่าของการโคจรปกติ |
การที่จะทราบได้ว่าดาวเคราะห์วงนอกเพ็ญนั้น จะสังเกตได้จากการโคจรถอยหลังได้ดังนี้
ดาวอังคารโคจรถอยหลังเมื่อมีระยะเชิงมุมห่างกับดวงอาทิตย์ประมาณ ๒๑๕-๒๓๐ องศาหรือประมาณภพที่ ๗ ภพที่ ๘ หรือภพที่ ๙ จากดวงอาทิตย์ ต่อจากนี้ดาวอังคารจะเพ็ญ และจะโคจรเดินหน้าตามปกติ เมื่อระยะเชิงมุมกับดวงอาทิตย์ประมาณ ๑๒๐-๑๔๕ องศา หรือประมาณ ภพ ๕ หรือ ภพ ๖ จากดวงอาทิตย์ จากนี้จะเห็นได้ว่า ดาวเคราะห์วงนอกทุกดวง โคจรย้อนกลับเข้าหาตำแหน่งเพ็ญเสียก่อน แล้วจึงจะโคจรเดินหน้าตามปกติ โอกาสที่เกิดขึ้นนี้สำหรับดาวอังคารจะโคจรเข้าสู่ตำแหน่งดังกล่าว ทุกๆ ๒ ปี
การโคจรของดาวเคราะห์วงนอก เนื่องจากดาวเคราะห์วงนอก มีการโคจรย้อนกลับตรงข้ามกับทางโคจรเดิมหรือเรียกว่าพักรนั้น มติจรของดาวเคราะห์วงนอกจึงมีลีลาการโคจรอยู่ด้วยกันถึง ๖ ประการ คือ
๑.การโคจรโดยปกติประจำ (Mean daily Motion) ดาวอังคารโคจรเดินหน้าด้วยความเร็วคิดเฉลี่ยเป็นระยะเชิงมุมโดยประมาณ ๔๕ ลิปดา ต่อ ๑ วัน
๒.การโคจรเร่งรีบ (Acceleration) (เสริด) ดาวอังคารโคจรด้วยความเร็วสูงสุด ผิดปกติคิดเป็นระยะเชิงมุมโดยประมาณ ๕๘ ลิปดาต่อ ๑ วัน
๓.การโคจรช้า (Slow Motion) เป็นการโคจรเดินหน้าของดาวเคราะห์วงนอกด้วยความเร็วต่ำสุด คือหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว
๔.การโคจรถอยหลัง (Retrograde Motion) เป็นการโคจรถอยหลังในทิศทางตรงข้ามกับทางโคจรเดิมโดยเฉพาะดาวอังคารคิดเป็นระยะเชิงมุมโดยประมาณ ๑๓ ลิปดาต่อ ๑ วัน
๕.การโคจรถอยหลังอย่างเต็มที่ (Exceeding Retrograde Motion) เป็นการโคจรถอยหลังในทิศทางตรงข้ามกับทางโคจรเดิมด้วยความเร็วสูงสุดผิดปกติ เฉพาะดาวอังคารคิดเป็นระยะเชิงมุม ๒๔ ลิปดาต่อ ๑ วัน
๖.การโคจรอยู่กับที่ (Stationary) ภาษาโหรเรียกว่า โคจรมน เป็นการหยุดนิ่ง แบ่งออกเป็น ๒ ประการคือ การหยุดนิ่งก่อนถอยหลัง (Stationary Retrograde) และการหยุดนิ่งก่อนโคจรเดินหน้า (Stationary Direct) เฉพาะดาวอังคารใช้เวลาโคจรประมาณ ๗ วัน
สัญลักษณ์ของดาวอังคารในทางสากล คือ
อักษรย่อแทนดาว คือ ภ. มาจากคำว่า ภุมมะวาร เลขที่ใช้แทนดาวอังคาร คือ ๓ ชื่อที่เรียกมี กุมมะ, กุมโม, ตรีตติยะ, ภุมเมนทร์, ภุมมา ฯลฯ เป็นต้น
ความหมายของดาวอังคารในทางโหราศาสตร์ หลักครูท่านให้พยากรณ์ว่า ทายกล้าแรงแข็งขยันให้ทายอังคาร เรื่องนี้มีตัวอย่างมามาก ถ้าในดวงชะตาผู้ใด ดาวอังคารยืนอยู่ในตำแหน่งได้มาตรฐานดี เช่น สถิตในราศี เมษ, สิงห์, กันย์ และราศีมังกร เป็นบุคคลที่มีความขยันหมั่นเพียร งานหนักเอาเบาสู้ จิตใจกล้าหาญเด็ดเดี่ยว มักพบในชะตาของผู้นำที่มีอำนาจทั้งทางการเมือง และการทหาร ในโอกาสเดียวกันถ้ามีเหตุบังเอิญที่ทำให้ดาวอังคารในดวงชะตาอยู่ในจุดเสื่อม เช่น เป็นนิจ, ประเกษตร, อริ, มรณะ หรือวินาศน์แก่ลัคนาของเจ้าชะตาแล้ว ท่านว่า ช่างเกียจคร้านการงานสารพัน จะเลี้ยงชีพแต่ละวันก็จะยากลำบากกายยิ่งเป็นดาวอุตสาหะตามทักษาพยากรณ์แล้วยิ่งแน่นอนมากที่สุด มีชีวิตอยู่อย่างแบบไม่สู้ หมาเห่าใบตองแห้งใครได้บุคคลพวกนี้เป็นสามีภริยาแล้ว ก็รับรองหม้อข้าวดำ ที่นอนหมอนมุ้งกลิ่นคลุ้งเต็มไปด้วยเหงื่อไคล ซักผ้าวันไหนปลาตายวันนั้นว่าเข้าไปนั่น รูปร่างดูไม่งามตา เสียสง่าราศี เข้าใกล้ใคร อยากจะเดินหนีไปให้ไกลสักร้อยลี้
โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากดาวอังคาร ได้แก่ โรคเบาหวาน ดีซ่าน โรคขัดเบา กาฬโรค โรคพุพองตามผิวหนัง บาดแผลที่เกิดจากน้ำร้อนหรือไฟลวก ไข้จับสั่น โรคไทฟอยด์ โรคเกี่ยวกับกระดูกแตกหักทุกชนิด
เกี่ยวกับสถานที่ ได้แก่ โรงงานฆ่าสัตว์ ร้านโรงเกี่ยวกับเครื่องเหล็ก เครื่องจักรกล ค่ายคูประตูหอรบสนามประลองยุทธ สนามรบ ร้านตัดผม ห้องผ่าตัด สถานที่ฟันดาบ กระบี่กระบอง เวทีมวย กรมสรรพาวุธ ร้านทันตแพทย์ หน่วยกรมกองทหาร คลังเก็บอาวุธทุกชนิด
บุคคลที่อยู่ในลักษณะของดาวอังคาร ทหาร ตำรวจ อาสาสมัครทหารพราน ทสปช. นักรบทุกประเภทผู้ปราบปราม มือปืน ลูกเสือชาวบ้าน ผู้มีอำนาจในด้านการปกครอง บังคับบัญชาทุกระดับ
| ศุกร์ปากหวาน อังคารรับเอา อังคารเป็นมิตรกับศุกร์ อังคารเป็นศัตรูกับเสาร์ | ||||
| แสดงถึงพระประจำวัน | ได้แก่ | พระปางไสยาสน์ | ||
| แสดงถึงเพศ | ได้แก่ | เพศชาย | ||
| แสดงถึงยามอัฐกาล | ได้แก่ | ภุมม (ยามกลางวัน) ภุมโม (ยามกลางคืน) | ||
| แสดงถึงสี | ได้แก่ | สีชมพู | ||
| แสดงถึงเครื่องตกแต่ง | ได้แก่ | โกเมน (แดงแก่) | ||
| แสดงถึงแร่ธาตุ | ได้แก่ | เหล็ก ธาตุลม (วาโยธาตุ) | ||
| แสดงถึงรส | ได้แก่ | รสขม | ||
| แสดงถึงนาม | ได้แก่ | สิงห์นาม | ||
| แสดงถึงอักษร | ได้แก่ | จ. ฉ. ช. ซ. ฌ. ญ. | ||
| แสดงถึงทิศ | ได้แก่ | ทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้) | ||
| <<หัวเรื่องก่อนหน้านี้ | หัวเรื่องถัดไป >> |