พุทธศาสตร์ โหราศาสตร์ หัตถศาสตร์ ภูมิลักษณ์ศาสตร์ (ฮวงจุ้ย) นรลักษณ์ศาสตร์ (โหงวเฮ้ง)

โหราศาสตร์ด้านดาราศาสตร์ (โหราศาสตร์กาแลคซี่)
ดาวพุธ (Mercury) |

| เป็นดาวเคราะห์ ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด โคจรได้เร็วที่สุดในระบบสุริยะ ไม่มีชั้นบรรยากาศที่จะเก็บความร้อน หมุนรอบดวงอาทิตย์โดยหันเข้าดวงอาทิตย์เพียงด้านเดียว อีกด้านหนึ่งจะไม่ได้รับแสงสว่างเลย | ||
| เส้นผ่าศูนย์กลาง | : ๔.๘๗๘ กิโลเมตร | ระยะห่างเฉลี่ยจากดวงอาทิตย์ ๕๙.๗๐๐.๐๐๐ กิโลเมตร |
| มวลสาร | : ๐.๐๕๙๓ เท่าของโลก | จำนวนดวงจันทร์บริวาร ๐ ดวง |
| โคจรรอบดวงอาทิตย์ ๑ รอบ |
: ๘๘ วัน | อัตราการหมุนรอบตัวเอง : ๓๕๘.๖๔ วัน |
เทพเจ้าแห่งการสื่อสาร ดาวพุธ (Mercury)
ดาวพุธ เป็นดาวพระเคราะห์วงในของโลก (Interior Planets) อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ ๓๕,๙๘๗,๐๐๐ ล้านไมล์ มีวิถีการโคจรอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก หรืออีกนัยหนึ่งมีวิถีการโคจรเล็กกว่าวิถีโคจรของโลก ดังนั้น ระยะเวลาการโคจรรอบดวงอาทิตย์ย่อมจะต้องเร็วตามส่วนที่อยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์ ดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าดาวศุกร์ ย่อมจะต้องโคจรครบรอบเร็วกว่าดาวศุกร์ ดาวพุธมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวประมาณ ๓,๐๐๐ ไมล์ หมุนรอบตัวเอง ๒๔ ชั่วโมงเศษ หนัก ๑/๒๗ เท่าของโลก ไม่ปรากฏว่ามีดวงจันทร์เป็นบริวารเลย หมุนรอบดวงอาทิตย์ถัวเฉลี่ย ประมาณ ๘๗ วัน เราจะสังเกตเห็นดาวพุธได้ในเวลาที่ดวงจันทร์ตกแล้ว และหรือก่อนอาทิตย์จะรุ่งอรุโณทัย
โครงสร้างของดาวพุธ (Structure of the Mercury) นักดาราศาสตร์ได้ทำการค้นคว้าและพิสูจน์ทราบอย่างแน่ชัดว่า พื้นผิวของดาวพุธเต็มไปด้วยหินกรวดทราย และภูเขา ลักษณะคล้ายกับดวงจันทร์ไม่ปรากฏว่ามีสัตว์ พืช สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้เลย มีสีสรรแสงที่ค่อนข้างรุบหรู่ เนื่องจากอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากจึงแผ่ขยายรัศมีกลบไว้จึงไม่ค่อยจะแลเห็นได้ชัดเจน
ดาวพุธเพ็ญ อยู่หน้าดวงอาทิตย์ในดวงชะตาจะมองเห็นดาวพุธในทางทิศตะวันตก เรียกว่า เพ็ญพุธ ลักษณะเช่นนี้จะมีอานุภาพน้อยกว่าดาวพุธเพ็ญที่อยู่หลังดวงอาทิตย์ ในดวงชะตาจะมองเห็นดาวพุธในทางทิศตะวันออก ยิ่งสถิตอยู่ในตำแหน่งที่ได้มาตรฐานดี เช่น เป็นเกษตร อุจจ์ มหาจักร์ราชาโชค อุจจาวิลาส ด้วยแล้วจะทำให้คุณภาพของดาวพุธเด่นมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ดีข้อควรจำ เมื่อดาวพุธโคจรอยู่ห่างระหว่างดาวอาทิตย์ทั้งหน้าและหลังในระยะ ๒๘ องศา แล้วถือว่าเพ็ญพุธสนิท นอกจากนี้เราสามารถพิสูจน์ได้ว่า ดาวศุกร์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ทั้งหน้าและหลังมีระยะ ๔๘ องศา ถือว่าศุกร์เพ็ญในขณะที่ดาวพุธและดาวศุกร์กำลังโคจรเข้าสู่จุดเพ็ญทั้งคู่จะอยู่ห่างกันไม่เกิน ๗๖ องศา ฉะนั้น พอจะสรุปได้ว่า การผูกดวงชะตาหากผู้ใดวางตำแหน่งของดาวพุธและดาวศุกร์มีระยะเชิงมุมห่างกันเกินกว่า ๗๖ องศา หรือระยะเชิงมุมของดาวพุธกับดาวอาทิตย์เกินกว่า ๒๘ องศา และหรือระยะเชิงมุมของดาวศุกร์กับดาวอาทิตย์เกินกว่า ๔๘ องศา แล้วไซร้ แสดงว่าผู้นั้นผูกดวงชะตาผิดโดยที่ไม่มีความรู้ในเรื่องหลักดาราศาสตร์เอาเสียเลย ในรายที่ประกอบดวงชะตาตัดสมผุสองศาดาวพระเคราะห์ไว้ท่านจะเห็นได้อย่างชัดเจน ถ้าเป็นดวงที่ไม่ได้ตัดสมผุสองศาเอาไว้ กล่าวคือ นักคำนวณดวงอีแปะที่เห็นอยู่เป็นส่วนมากก็ให้ท่านสังเกตได้ว่า ถ้าในดวงชะตามีดวงอาทิตย์, พุธ, ศุกร์ ดวงใดดวงหนึ่งอยู่ห่างกันเกิน ๔ ราศี ทั้งหน้าและหลัง ก็ขอให้ท่านฉีกดวงนั้นทิ้งลงตะกร้าไปโดยเร็ว เพราะถือว่าเป็นโจทย์เลขที่ผิดซึ่งเกิดจากการโง่เขลาเบาปัญญาของนักโหราศาสตร์ที่ประกอบดวงชะตาขึ้นขืนเก็บเอาไว้ก็ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงแก่บุคคลในวงการโหราศาสตร์ เมื่อโจทย์เลขหรือดวงที่ประกอบขึ้นถูกต้องและพยากรณ์ได้ถูกต้อง ผลย่อมได้รับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าผูกดวงผิดแต่พยากรณ์ได้ถูกต้องก็ไม่ผิดอะไรเท่ากับคำนวณโจทย์เลขที่ผิด แต่ได้รับคำตอบถูกอย่างนี้จะให้คะแนนได้อย่างไร? ลัคนา หรือ ลัคเน กันแน่
เป็นการยากมากที่จะหาดวงชะตาของผู้ที่มีดาวเคราะห์ ดาวพุธ และดาวศุกร์เพ็ญพร้อมกันสองดวง คือมีระยะเชิงมุม ๗๖ องศา ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ดังนั้นจึงได้กำหนดเขตอาณัติเพ็ญของดาวเคราะห์ของวงในของโลกทั้ง ๒ ดวง ไว้ดังนี้
ดาวพุธถือว่าอยู่ในอาณัติเพ็ญเมื่อโคจรอยู่หน้าหรือหลังดวงอาทิตย์มีระยะเชิงมุมตั้งแต่ ๑๕ องศาขึ้นไป
ดาวศุกร์ถือว่าอยู่ในอาณัติเพ็ญเมื่อโคจรอยู่หน้าหรือหลังดวงอาทิตย์มีระยะเชิงมุมตั้งแต่ ๓๐ องศา
ดาวพุธและดาวศุกร์ ถือว่าอยู่ในอาณัติดับเมื่อโคจรอยู่หน้าหรือหลังดวงอาทิตย์ มีระยะเชิงมุมไม่เกิน ๕ องศา
เราสามารถกำหนดเขตดับของดาวพุธและดาวศุกร์ ซึ่งเป็นพระเคราะห์วงในของโลกได้ดังนี้
การโคจรไปข้างหน้า (Direct)
ดาวพุธถ้ามี (Elongation) หรือระยะเชิงมุมน้อยกว่า ๑๔ องศา ถือว่าโคจรเข้าสู่อาณาเขตจุดดับ
ดาวศุกร์ถ้ามี (Elongation) หรือระยะเชิงมุมน้อยกว่า ๑๐ องศา โคจรเข้าสู่อาณาเขตจุดดับ
การโคจรถอยหลัง (Retrograde)
ดาวพุธถ้ามี (Elongation) หรือระยะเชิงมุมน้อยกว่า ๑๒ องศา ถือว่าโคจรเข้าสู่อาณาเขตจุดดับ
ดาวศุกร์ถ้ามี (Elongation) หรือระยะเชิงมุมน้อยกว่า ๘ องศา ถือว่าโคจรเข้าสู่อาณาเขตจุดดับ
การกำหนดอาณาเขตเพ็ญและอาณาเขตดับของดาวพุธและดาวศุกร์เช่นนี้ เพราะเหตุว่าดาวพุธในบางครั้งมีระยะเชิงมุมสูงสุดเพียง ๑๗ องศาเท่านั้น เนื่องจากดาวพุธมี (Eccentricity) หรือความเบี้ยวของวิถีโคจรมากที่สุดถึง .๒๐๕๖๒๘ ส่วนดาวศุกร์มีความเบี้ยวของวิถีโคจรน้อยมากเพียง .๐๐๖๗๘๘ เท่านั้น ดังนั้นบางครั้งอาจมีระยะเชิงมุมได้อย่างมากที่สุดเพียง ๔๐ องศา ส่วนอาณาเขตดับนั้น ถ้ามีระยะเชิงมุมต่ำกว่า ๕ องศาแล้ว เป็นการยากมากที่จะมองเห็นดาวเคราะห์วงในของโลกทั้ง ๒ ดวงได้
มติการโคจรของดาวเคราะห์วงในของโลก เนื่องจากดาวเคราะห์วงในมีการโคจรย้อนกลับตรงข้ามกับทางโคจรเดิมหรือเรียกว่า ถอยหลัง พักร นั้น มติการโคจรของดาวเคราะห์วงในจึงต้องมีลีลาการโคจรด้วยกันทั้งสิ้นอยู่ ๖ ประการ คือ
๑.การโคจรโดยปกติประจำ (Mean Daily Motion) เป็นการโคจรเดินหน้าของดาวเคราะห์วงในด้วยความเร็วเฉลี่ยคิดเป็นระยะเชิงมุม สำหรับดาวพุธประมาณ ๑ องศา ๒๔ ลิปดาต่อ ๑ วัน หรือประมาณ ๓.๕ ลิปดาต่อ ๑ ชั่วโมง
๒.การโคจรเร่งรีบ (Acceleration) เสริด เป็นการโคจรเดินหน้าของดาวเคราะห์วงในด้วยความเร็วสูงสุดคิดเป็นระยะเชิงมุมสำหรับดาวพุธประมาณ ๒ องศา ๒๔ ลิปดาต่อ ๑ วัน หรือประมาณ ๖ ลิปดาต่อ ๑ ชั่วโมง
๓.การโคจรช้า (Slow Motion) เป็นการโคจรเดินหน้าของดาวเคราะห์วงในด้วยความเร็วต่ำสุด คือหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวหรือมีค่าเท่ากับ ๐
๔.การโคจรถอยหลัง(Retrograde Motion)พักร เป็นการโคจรถอยหลังในทิศทางตรงข้ามกับทางโคจรเดินหน้าด้วยความเร็วปกติ คิดเป็นระยะเชิงมุมสำหรับดาวพุธประมาณ ๑๐ ลิปดาต่อ ๑ วัน หรือประมาณ ๒.๙๒ ลิปดา ต่อ ๑ ชั่วโมง องศาการโคจรพักรของดาวพุธอย่างมากประมาณ ๒๖ องศา และพักรอย่างน้อยประมาณ ๗ องศา จำนวนวันพักรอย่างมากสำหรับดาวพุธประมาณ ๒๕ วัน และโคจรพักรอย่างน้อยประมาณ ๑๙ วัน สำหรับระยะเวลาที่ดาวพุธสามารถสถิตอยู่ในราศีใดราศีหนึ่งโดยมีทั้งโคจรเดินหน้าตามปกติและโคจรพักรองศาภายในราศีเดียวกัน ใช้เวลาอย่างน้อย ๑๕ วัน อย่างมาก ๗๐ วัน อย่างไรก็ตามถ้าดาวพุธมี(Elongation) หรือระยะเชิงมุมมากกว่า ๑๓ องศามีโอกาสที่จะเดินถอยหลัง (Retrograde) ได้เสมอ
๕.การโคจรถอยหลังอย่างเต็มที่ (Exceeding Retrograde Motion) เป็นการโคจรถอยหลังในทิศทางตรงข้ามกับทางโคจรเดิมด้วยความเร็วสูงสุดผิดปกติ คิดเป็นระยะเชิงมุมสำหรับดาวพุธประมาณ ๑ องศา ๒๓ ลิปดาต่อ ๑ วัน หรือประมาณ ๓.๔๕ ลิปดาต่อ ๑ ชั่วโมง
๖.การโคจรอยู่กับที่ (Stationary) เป็นการโคจรหยุดนิ่งของดาวเคราะห์ก่อนที่จะโคจรไปข้างหน้าตามปกติ หรือโคจรย้ายกลับทางโคจรเดิม (Stationary Retrograde) ระยะเวลาที่หยุดนิ่งของดาวพุธประมาณ ๓ วัน และหรือการโคจรย้อนกลับตรงข้ามทางโคจรเดิม เรียกว่า มน (Stationary Direct) ก็จะใช้เวลาที่หยุดนิ่ง ๓ วัน เช่นเดียวกัน
สัญลักษณ์ของดาวพุธในทางสากล คือ
อักษรย่อแทนดาว คือ ว. มาจากคำว่า วุธวารเลขที่ใช้แทนดาวพุธ คือ ๔ ชื่อที่เรียกมี วุโธ พุธะ พุธ วุธิ ฯลฯ เป็นต้น
ความหมายของดาวพุธในทางโหราศาสตร์ หลักครูท่านให้พยากรณ์ว่า ทายพูดอ่อนหวานให้ทายพุธการพูดจาหรือการติดต่อต่างๆ ก็ต้องดูดาวดวงนี้เป็นหลัก ดังคำกลอนของท่านสุนทรภู่จิตกวีเอกของไทยที่ได้กล่าวไว้ว่า
| เป็นมนุษย์สุดนิยมที่ลมปาก แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา อ้นอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก แม้นเจ็บอื่นหมื่นแสนก็แคลนคลาย |
จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ แต่ลมปากหวานหูมิรู้หาย เจ็บจนตายเพราะพูดเหน็บให้เจ็บใจ |
ชะตาใดมีดาวอาทิตย์, ดาวอังคาร, ดาวพุธ กุมกันอยู่ในราศีธาตุไฟ ขบวนการด่าหรือถากถางเหน็บแนมคนแล้ว ต้องยกนิ้วให้ ยิ่งถ้าดาวตัวหนึ่งตัวใดเป็น ภินทุบาทว์ เช่น เป็น ๕ หรือ ๙ แก่ลัคน์ดังหลักครู
| ระวิภุมมะทั้งโสรา พฤหัสจันทราเป็นแปด |
ปัญจะแก่ลัคนาพุธเก้า ศุกร์เจ็ดอาจารย์เจ้าว่าร้อนนิรันดร์ |
ระวิคือ อาทิตย์ ภุมมะคือ อังคาร โสรา คือ เสาร์ อาทิเช่น ลัคนาเช่นราศีธนูเกิดวันอังคารเจ้าชะตามีดาวอังคารสถิตราศีเมษ อย่างนี้ถือว่าเป็นภินทุบาทว์ เพราะเป็น ๕ แก่ลัคนา ถ้ากุมอาทิตย์ พุธ ขบวนการใช้คำพูดแล้วเหลือรับประทานจริงๆ ด่าจนบุตรบริวารหนีหมด ยามที่มีอำนาจอยู่ คนก็ยอมสยบให้ เพราะกลัวปาก แต่ลับหลังเขาเอาไปนินทา ยามชะตาตกเมื่อไรรับรอง อยู่เดียวเปลี่ยวเอกา เมื่อไรจะมาพ่อทูนหัว บ้านใกล้เรือนเคียงเกลียดหมด เป็นสันดานที่แก้ไม่หาย ถ้าดาวพุธเด่นในดวงเช่นเป็นเกษตร มหาอุจจ์ มหาจักร์ อุจจาวิลาส อุจจาภิมุข และสัมพันธ์กับลัคนาเวลาเกิดดี ท่านเรียกว่า ช่างเจรจา พูดเป็นเงินเป็นทอง เข้าลักษณะพูดดีเป็นสีแก่ปากทีเดียว ถ้าเกิดในจังหวะที่ดาวพุธเดินมล และไปตรงกับจุดเกิดเข้าจะเป็นใบ้ ดาวพุธอยู่ในที่เสื่อม มีดาวร้ายสัมพันธ์ถึงเป็นพวก พูดจาตลบตะแลงหาความจริงใจกับผู้ใดยาก กักขฬะ สามหาว ชีวิตมืดมนเข้าลักษณะปลาหมอตายเพราะปาก
โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากดาวพุธ ได้แก่ โรคฟัน แผลในปาก สมองพิการ พูดติดอ่าง ปวดศีรษะ โรคเกี่ยวกับลำไส้ อาการชาตามแขนขา ความจำไม่ค่อยดี
เกี่ยวกับสถานที่ ได้แก่ที่ทำการทางไปรษณีย์ ร้านขายหนังสือ โรงพิมพ์ โรงเรียน นักการพูดและการฑูตที่สะสมตำรับตำราต่างๆ บุคคลที่อยู่ในลักษณะของดาวพุธ คือ นักโต้วาที นักการฑูต นักประพันธ์ บุรุษไปรษณีย์ คนนำสารผู้แทนราษฎร คนที่ชอบใช้เช็ค หรือควบคุมเอกสารในทางการเงิน เลขานุการ
จันทร์โฉมตรูพุธนงเยาว์ (จันทร์เป็นมิตรกับพุธ) พุธเป็นศัตรูกับราหู |
||||
| แสดงถึงพระประจำวัน | ได้แก่ | พระปางอุ้มบาตร | ||
| แสดงถึงเพศ | ได้แก่ | เพศชายในเมื่ออยู่ในเรือนที่เข้มแข็ง | ||
| เช่น เป็นเกษตร, อุจจ์, มหาจักร์ | ||||
| เป็นเพศหญิงในเมื่ออยู่ในเรือนที่อ่อนแอ | ||||
| เช่น เป็นนิจ, ประ เป็นต้น | ||||
| แสดงถึงยามอัฐกาล | ได้แก่ | พุธะ(ยามกลางวัน) วุโธ(ยามกลางคืน) | ||
| แสดงถึงสี | ได้แก่ | สีเขียว | ||
| แสดงถึงเครื่องตกแต่ง | ได้แก่ | มรกต | ||
| แสดงถึงแร่ธาตุ | ได้แก่ | ปรอท ธาตุน้ำ(อาโปธาตุ) | ||
| แสดงถึงรส | ได้แก่ | รสกลมกล่อม มีเปรี้ยว เค็มหวาน | ||
| แสดงถึงนาม | ได้แก่ | สุนักข์นาม | ||
| แสดงถึงอักษร | ได้แก่ | ฎ. ฏ. ฐ. ฑ. ฒ. ณ. | ||
| แสดงถึงทิศ | ได้แก่ | ทิศทักษิณ(ทิศใต้) | ||
| <<หัวเรื่องก่อนหน้านี้ | หัวเรื่องถัดไป >> |