พุทธศาสตร์ โหราศาสตร์ หัตถศาสตร์ ภูมิลักษณ์ศาสตร์ (ฮวงจุ้ย) นรลักษณ์ศาสตร์ (โหงวเฮ้ง)

โหราศาสตร์ด้านดาราศาสตร์ (โหราศาสตร์กาแลคซี่)

 

   ดาวพฤหัสบดี (Jupiter)


     
          เป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ ประกอบด้วยก๊าซมหึมาคือก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียมเหมือนดวงอาทิตย์ แต่ไม่ใหญ่พอที่จะเป็นดาวฤกษ์ เชื่อว่าไม่มีส่วนที่เป็นของแข็งเหมือนโลกหมุนรอบตัวเองได้เร็วที่สุด  
  เส้นผ่าศูนย์กลาง : 142.833 กิโลเมตร   ระยะห่างเฉลี่ยจากดวงอาทิตย์ 778.300.000  กิโลเมตร  
  มวลสาร : 317.833 เท่าของโลก จำนวนดวงจันทร์บริวาร 23   ดวง  
  โคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ 11.56   ปี อัตราการหมุนรอบตัวเอง   0.41  วัน  
     

โครงสร้างของดาวพฤหัสบดี (Structure of the Jupiter)
        นักดาราศาสตร์ได้ทำการค้นคว้าและพิสูจน์ทราบอย่างแน่ชัดว่า ที่พื้นผิวของดาวพฤหัสบดีเป็นกึ่งหลอมละลายอยู่เป็นอันมากไม่ปรากฏว่ามีสิ่งที่มีชีวิตอาศัยอยู่ได้เลย เป็นดาวที่มีลักษณะสีสรรสวยงามมาก ถ้าใช้กล้องขยายดูดาวขนาดเล็กส่องดู จะเห็นพระจันทร์เป็นดาวบริวารเพียง ๑๒ ดวงเท่านั้น
        อัตราการโคจรของดาวเคราะห์วงนอกของโลกมี ๒ ประการ คือ การโคจรเดินหน้าตามปกติ มีความเร็วในการโคจรดังนี้
        ดาวพฤหัสบดี อัตราโคจรเดินหน้าอย่างสูงสุดมีระยะเชิงมุม ประมาณ ๑๔ ลิปดา ต่อ ๑ วัน หรือคิดโดยเฉลี่ยมีระยะเชิงมุมประมาณ ๑๒ ลิปดา ต่อ ๑ วัน ส่วนอัตราการโคจรที่ช้าที่สุดต่อ ๑ วัน ได้แก่อาการหยุดนิ่งไม่เคลื่อนที่หรือวิกล (Stationary)
        สำหรับอัตราการโคจรของดาวเคราะห์วงนอกของโลกใน ๑ ราศี ใช้เวลาในการโคจรโดยประมาณดังนี้ ดาวพฤหัสบดีใช้เวลาในการโคจรประมาณ ๓๖๑.๐๔๙ วัน หรือประมาณ ๑ ปี ส่วนอัตราการโคจรย้อนกลับในทิศทางตรงข้ามกับทางโคจรเดิม ดาวพฤหัสบดีมีอัตราการโคจรถอยหลังอย่างสูงสุดมีระยะเชิงมุมประมาณ ๘ ลิปดา ต่อ ๑ วัน ระยะเวลาที่ดาวพฤหัสบดีโคจรย้อนกลับในทิศทางตรงข้ามกับทางโคจรเดิม หรือเรียกว่าพักรนั้น ดาวพฤหัสบดีจะใช้ระยะเวลาอย่างมากที่สุดประมาณ ๑๒๙ วัน ในราศีกันย์และราศีตุลย์ มีมุมถอยหลังประมาณ ๑๐ องศา ระยะเวลาอย่างน้อยที่สุดประมาณ ๑๑๗ วัน ในราศีมีนและราศีเมษ มีมุมถอยหลังประมาณ ๙๑ องศาเช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากดาวพฤหัสบดีโคจรเดินหน้าเร็วผิดปกติ จะสถิตอยู่ในราศีหนึ่งๆได้นานเพียง ๑๓๔ วันเท่านั้น โดยปกติดาวพฤหัสบดีจะโคจรพักรองศา (Retrograde Motion) ประมาณปีละ ๑ ครั้ง   
        การเพ็ญและดับของดาวเคราะห์วงนอก มักจะเป็นไปในทำนองเดียวกันคือ เมื่อดวงอาทิตย์อยู่กลางระหว่างดาวเคราะห์วงนอกกับโลก ดาวเคราะห์วงนอกจะดับ แต่ถ้าโลกอยู่กลางระหว่างดาวเคราะห์วงนอกกับดวงอาทิตย์ หรือดาวเคราะห์วงนอกใกล้โลกมากที่สุด ดาวเคราะห์วงนอกจะเพ็ญ หากพิจารณาจากดวงชะตาแล้ว ถ้าดาวเคราะห์วงนอกร่วมองศาราศีเดียวกันกับดวงอาทิตย์ถือว่าดับสนิท ถ้าดาวเคราะห์วงนอกเล็งอยู่ในราศีตรงข้ามกับดาวอาทิตย์ และมีองศาเท่ากันถือว่าเพ็ญสนิท มีข้อที่น่าสังเกตอยู่ประการหนึ่งคือ ดาวเคราะห์วงนอกเมื่อเพ็ญนั้นจะอยู่ใกล้โลกมากที่สุด  และโคจรช้ามากถึงกับหยุดนิ่ง (วิกล) แล้วโคจรพักร (ถอยหลัง) แต่ถ้าดาวเคราะห์วงนอกเมื่อดับจะอยู่ไกลโลกมากที่สุด และโคจรเร็วมากประมาณ ๓ เท่าของการโคจรตามปกติ
        การที่จะทราบได้ว่าดาวเคราะห์วงนอกเพ็ญนั้น อาจจะสังเกตการพักรหรือโคจรถอยหลัง โดยเฉพาะดาวพฤหัสบดีโคจรถอยหลังเมื่อมีระยะมุมย้อนจักร์กับดวงอาทิตย์ประมาณ ๑๑๕ องศา หรือประมาณภพ ๙ หรือภพ ๑๐ จากดวงอาทิตย์ ต่อจากนั้นดาวพฤหัสบดีจะเพ็ญ และจะโคจรเดินหน้าตามปกติ เมื่อมีระยะเชิงมุมตามจักร์กับดวงอาทิตย์ประมาณ ๑๑๕ องศา หรือประมาณภพ ๔ หรือภพ ๕ จากดวงอาทิตย์ จากนี้จะเห็นได้ว่าดาวเคราะห์วงนอกทุกดวงโคจรย้อนกลับเข้าหาตำแหน่งเพ็ญเสียก่อน แล้วจึงจะโคจรเดินหน้าตามปกติ โอกาสที่เกิดขึ้นนี้สำหรับดาวพฤหัสบดีจะเกิดขึ้นเกือบทุกๆ ปี เพราะเหตุว่าดาวพุธในบางครั้งมีระยะเชิงมุมสูงสุดเพียง ๑๗ องศาเท่านั้น เนื่องจากดาวพุธมี (Eccentricity) หรือความเบี้ยวของวิถีโคจรมากที่สุดถึง .๒๐๕๖๒๘ ส่วนดาวศุกร์มีความเบี้ยวของวิถีโคจรน้อยมากเพียง .๐๐๖๗๘๘ เท่านั้น ดังนั้นบางครั้งอาจมีระยะเชิงมุมได้อย่างมากที่สุดเพียง ๔๐ องศา ส่วนอาณาเขตดับนั้น ถ้ามีระยะเชิงมุมต่ำกว่า ๕ องศาแล้ว เป็นการยากมากที่จะมองเห็นดาวเคราะห์วงในของโลกทั้ง ๒ ดวงได้

 

เทพเจ้าแห่งปัญญา ดาวพฤหัสบดี (Jupiter)
        ดาวพฤหัส เป็นดาวพระเคราะห์วงนอกของโลก (Superior Planets) อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ ๔๘๓,๖๗๘,๐๐๐ ล้านไมล์ มีพระจันทร์เป็นดาวบริวารถึง ๒๓ ดวงด้วยกัน มีวิถีการโคจรอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มากกว่าโลก ดังนั้นระยะเวลาการโคจรรอบดวงอาทิตย์ ย่อมจะต้องช้าตามส่วนที่อยู่ห่างกับดวงอาทิตย์ ดาวพฤหัสบดีอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าดาวเสาร์ ย่อมจะต้องโคจรครบรอบเร็วกว่าดาวเสาร์ ดาวพฤหัสบดีมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวประมาณ ๘๖,๐๐๐ ไมล์หมุนรอบตัวเองครบ ๑ รอบ ใช้เวลา ๑๐ ชั่วโมง เราจะสังเกตเห็นดาวพฤหัสบดีเป็นดาวผกายพฤกษ์นำหน้าดวงอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ ๔ นาฬิกา ของเดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนสิงหาคมแล้วไปเป็นดาวประจำเมือง ขึ้นตามหลังอาทิตย์ตั้งแต่เดือนสิงหาคมไปจนตลอดทั้งปี

 

การโคจรของดาวเคราะห์วงนอก เนื่องจากดาวเคราะห์วงนอกมีการโคจรย้อนกลับตรงข้ามกับทางโคจรเดิม หรือเรียกว่าพักรนั้น การโคจรของดาวเคราะห์วงนอกจึงมีทั้งหมดด้วยกัน ๖ ประการ คือ
        (๑) การโคจรโดยปกติประจำ (Mean daily Motion) เป็นการโคจรเดินหน้าของดาวเคราะห์วงนอกด้วยความเร็วเฉลี่ยคิดเป็นระยะเชิงมุม สำหรับดาวพฤหัสบดีประมาณ ๑๒ ลิปดา ๐๐ ฟิลิปดา ต่อ ๑ วัน
        (๒) การโคจรเร่งรีบ (Acceleration) “เสริด” เป็นการโคจรเดินหน้าของดาวเคราะห์วงนอกด้วยความเร็วสูงสุด คิดเป็นระยะเชิงมุมสำหรับดาวพฤหัสบดีประมาณ ๑๔ ลิปดา ต่อ ๑ วัน
        (๓) การโคจรช้า (Slow Motion) เป็นการโคจรเดินหน้าของดาวเคราะห์วงนอกด้วยความเร็วต่ำสุด คือ หยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหวหรือมีค่าเท่ากับ ๐
        (๔) การโคจรถอยหลัง (Retrograde Motion) “พักร” เป็นการโคจรถอยหลังในทิศทางตรงข้ามกับทางโคจรเดิมด้วยความเร็วปกติ คิดเป็นระยะเชิงมุมสำหรับดาวพฤหัสบดี ประมาณ ๔.๖ ลิปดา ต่อ ๑ วัน
        (๕) การโคจรถอยหลังอย่างเต็มที่ (Exceeding Retrograde Motion) เป็นการโคจรถอยหลังในทิศทางตรงข้ามกับทางโคจรเดิมด้วยความเร็วสูงสุดผิดปกติ คิดเป็นระยะเชิงมุมสำหรับดาวพฤหัสบดี ประมาณ ๘ ลิปดา ต่อ ๑ วัน
        (๖) การโคจรอยู่กับที่ (Stationary) เป็นการโคจรหยุดนิ่งของดาวเคราะห์ก่อนที่จะโคจรไปข้างหน้าตามปกติ หรือโคจรย้ายกลับทางโคจรเดิม (Stationary Retrograde) ระยะเวลาที่หยุดนิ่งของดาวพฤหัสบดีประมาณ ๑๑ วัน

สัญลักษณ์ของดาวพฤหัสบดีในทางสากล
        คือ อักษรย่อแทนดาว คือ ช. มาจากคำว่า ชีวะวาร เลขที่ใช้แทนดาวพฤหัสบดีคือ ๕ ชื่อที่เรียกมี ชีวะ ชีโว ครู ครุ วฤหัสปติ ฯลฯ เป็นต้น
ความหมายดาวพฤหัสบดีในทางโหราศาสตร
        หลักครูท่านให้พยากรณ์ “ทายปัญญาบริสุทธิ์ ให้ทายพฤหัสบดี” การเรียนการศึกษา สติปัญญาจะปราดเปรื่องหรือไม่อย่างไร ตลอดจนสติมั่นรู้ระลึกในตนอยู่เสมอนั้น เราจะต้องดูที่ดาวพฤหัสบดีในดวงชะตากำเนิด หลักครูต่างๆ ที่ได้ศึกษาถ่ายทอดต่อๆ กันมา ก็อาศัยอิทธิพลของดาวดวงนี้ ถือเป็นบรมครู เกจิอาจารย์ทีเดียว ในดวงชะตาผู้ใดมีดาวพฤหัสบดีที่ได้มาตรฐานเป็นเกษตร อุจจ์มหาจักร์ อุจจาวิลาส อุจจาภิมุกข์ องค์เกณฑ์ กมุทเกณฑ์ สิงห์เกณฑ์ ราชเกณฑ์ ปทุมเกณฑ์ ทำมุมสัมพันธ์กับดวงชะตาจุดเกิด ซึ่งได้ลัคนาดี ก็จะทำให้เจ้าชะตามีชีวิตที่สุกใสก้าวหน้า มีมันสมองที่ปราดเปรื่อง เป็นนายคนที่มีเมตตาอารีดีต่อลูกน้อง-บริวาร มีสติยึดมั่นแต่ในสิ่งที่ดีงาม หนักไปในด้านบุญฤทธิ์ เป็นดาวประธาน ในด้านกุศลมูลทั้งหลายของดาวเคราะห์ทั้งมวล หลักครูท่านได้กล่าวไว้ว่า ดาวพระเคราะห์อื่นให้โทษแก่ลัคนาหมาย ถ้าพฤหัสบดีให้คุณยังคุ้มภัย โอกาสเดียวกัน ถ้าดาวพฤหัสบดีเสียอยู่ในดวงเช่นเป็นนิจจ์ ประ อริ มรณะ วินาศน์ แก่ลัคนา ก็อย่าหวังเลยว่าเกิดมาทั้งทีจะทำให้ชะตาสูงเด่นขึ้นได้ ทุกๆ ทางต้องถือหลัก “นกน้อยทำรังแต่พอตัว”
โรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากดาวพฤหัสบดี
        คือ โรคหัวใจ วิกลจริต ความดันโลหิตสูง-ต่ำ โรคที่เกี่ยวกับเท้า ต้นขา และโคนขา อาการชา เป็นต้น
เกี่ยวกับสถานที่ได้แก่ กรมการศาสนา โรงพยาบาล โบสถ์ วิหาร ที่เคารพบูชา เซ่นไหว้ทางศาสนา สุขศาลาอนามัย ศาลสถิตยุติธรรม สภาวิจัยแห่งชาติ

         
 

อาทิตย์เป็นมิตรกับครู (อาทิตย์เป็นมิตรกับพฤหัสบดี) พฤหัสบดีเป็นศัตรูกับดาวเสาร์

 
  แสดงถึงพระประจำวัน ได้แก่ ปางสมาธิ  
  แสดงถึงเพศ ได้แก่ เพศชาย  
  แสดงถึงยามอัฐกาล ได้แก่ ครู (ยามกลางวัน) ชีโว (ยามกลางคืน)  
  แสดงถึงสี ได้แก่ สีเหลืองไพล  
  แสดงถึงเครื่องตกแต่ง ได้แก่ บุษราคัม  
  แสดงถึงแร่ธาตุ ได้แก่ สังกะสี ธาตุดิน  
  แสดงถึงรส ได้แก่ รสหวานหอม  
  แสดงถึงนาม ได้แก่ มุสิกนาม  
  แสดงถึงอักษร ได้แก่ บ, ป, ผ, ฝ, พ, ฟ, ภ, ม  
  แสดงถึงทิศ ได้แก่ ทิศประจิม (ตะวันตก)  
         

  <<หัวเรื่องก่อนหน้านี้

หัวเรื่องถัดไป >>