พุทธศาสตร์ โหราศาสตร์ หัตถศาสตร์ ภูมิลักษณ์ศาสตร์ (ฮวงจุ้ย) นรลักษณ์ศาสตร์ (โหงวเฮ้ง)

ดวงชะตาจรบอกชีวิต

 

   ดวงชะตาจรบอกชีวิต

         

           ดวงชะตากำเนิดของเราที่เดินไปข้างหน้า ตามกฎเกณฑ์ของวิชาโหราศาสตร์ (โค้งสุริยยาตร์) ย่อมพาตัวเรา (จุดเจ้าชะตาต่างๆ) ให้พบเรื่องดี-ร้ายตามที่ฟ้าได้บอกเราให้ทราบไว้นั้น ตั้งแต่เกิดไปจนจวบสิ้นชาตินี้ของเรา โดยที่ดวงชะตาเราเป็นทรงกลม และยังกำหนดเป็นสัดส่วนต่างๆ เช่น สัดส่วน (360 หาร 90 = 4) ดวง 90 องศา (360 หาร 22.5 = 16) ดวงชะตา 22.30 องศา (The higher harmonic is the more magnified and detailed in the dial) เพื่อความละเอียด ในการพิจารณาความสัมพันธ์ของโครงสร้างดวงดาวในดวงชะตานั้นๆ ดังเช่นการใช้ดวงชะตา 22.30 องศาที่ข้าพเจ้าใช้ในการตรวจสอบเรื่องราวต่างๆ ผู้เริ่มศึกษาก็ย่อมจะคิดว่า ดวงชะตานี้มีช่วงความยาวน้อยกว่าอายุของบุคคลที่พบเรื่องราวต่างๆ (โค้งสุริยยาตร์ที่ใช้ตรวจสอบโชคชะตาตามอายุขัย 1 องศาเท่ากับ 1 ปี ) จากการพิจารณาที่มาของจาน 22.30 องศา ผู้ออกแบบได้กำหนด จุดทวาร (เมษ กรกฎ ตุล มังกร) ไว้เป็นจุดเดียวกัน เช่นเดียวกับกำหนดจุด ราศีพฤษภ สิงห์ พิจิก กุมภ์ และจุด มิถุน กันย์ ธนู มีน ไว้เป็นจุดเดียวกัน ดังนั้นเมื่อกำหนดจุดอายุของบุคคล ที่ได้ถือกำเนิดมาที่จุดเมษ ก็ย่อมพิจารณาเป็น จุดอายุ 22.30 45 67.30 90 ปี ได้เช่นเดียวกัน เช่นเดียวกันเมื่อได้กำหนดจุด เดือน,วัน,เวลาใดขึ้นมา ในดวง โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน (ส่วนละ 7 องศาครี่ง) ตามแนวทางการแบ่งราศีดังข้างต้น ก็ทำให้ได้วิธีการหาเดือน,วัน,เวลา ได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งจะมีตัวอย่างประกอบการพิจารณาให้เห็นต่อไป.จากข้อเขียนดังกล่าวก็คงทำให้ผู้ศึกษามีความเข้าใจ บัดนี้ก็ขอนำท่านได้ศึกษากันต่อไป ทุกสิ่งทุกอย่างของโชคชะตาที่ได้ตรวจพบในพื้นดวงชะตากำเนิด ตามที่ฟ้าได้กำหนดเป็นข้อเตือนเรา หรือเจ้าของดวงชะตาทั้งหลาย เพื่อจะได้เตรียมตัวรับสภาพนั้นๆ  ก็คงต้องอาศัยการที่เราตรวจพบสิ่งดีร้ายทั้งหลาย แล้วเจ้าของดวงชะตานั้นก็ควรปฏิบัติตัวอย่างไร         การต้องการทราบช่วงเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์นั้นๆ ก็ขอให้ใช้วิธีการ แกนดาว ถึงแขนดาว แขนดาว ถึงแกนดาว ตามที่ได้แนะนำไว้ข้างต้น แม้เป็นวิธีการที่ง่ายๆผลที่ได้ถูกต้องเป็นที่ประทับใจ
           แต่อย่างไรก็ตาม ดวงชะตาของเราที่จรตามโค้งสุริยยาตร์ไปตามอายุขัยจะทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อเราได้มีการตรวจสอบพระเคราะห์สนธิต่างๆ ตามกฏเกณฑ์ของการพิจารณาดวงชะตาจรสุริยยาตร์กับดวงกำเนิด  การพยากรณ์ดังกล่าวนี้เรียกว่า “การพยากรณ์จรสุริยยาตร์” การพยากรณ์จรสุริยาตร์ เป็นวิธีการการพยากรณ์จรของโหราศาสตร์ยูเรเนียน ซึ่งมีมูลฐานมาจากโค้งสุริยาตร์ซึ่งได้แก่ระยะเชิงมุม จาก อาทิตย์กำเนิด ถึง อาทิตย์ จรสุริยาตร์ของแต่ละบุคคล ซึ่งดาวเคราะห์-ปัจจัยจรทุกปัจจัย จะโคจรไปจากตำแหน่งเดิม ในดวงชะตากำเนิด เป็นระยะเท่ากับความยาวของ “โค้งสุริยาตร์”        โค้งสุริยาตร์ คือระยะเชิงมุม จาก อาทิตย์ กำเนิด ถึง อาทิตย์จรสุริยคติ สำหรับในปีที่พิจารณา สูตรโค้งสุริยาตร์ = อาทิตย์ จรสุริยคติ-อาทิตย์กำเนิด การคำนวณโค้งสุริยาตร์ปกติ จะคำนวณโค้งฯเต็ม กับ โค้งฯ จริง (วันเดือนปี ที่พิจารณา)  การคำนวณโค้งฯเต็ม โดยการพิจารณาจาก อายุเต็ม(ปีที่พิจารณา) คือคิดตั้งแต่ วันเกิด ถึง วันเกิด สำหรับโค้งฯจริง คือคิดถึง วันที่พยากรณ์(ปี เดือน วัน)  ในการคำนวณโค้งสุริยาตร์ ในชั้นต้น ต้องคำนวณสำหรับ อายุเต็มก่อน และในวันที่พิจารณาเจ้าชะตามีอายุเกินกว่า อายุเต็มกี่เดือน-วัน ก็เพิ่มค่าโค้งฯไปตามจำนวนเดือน-วัน ที่เกินไปในอัตรา เดือนละ 5 ลิปดา และ 7 วันประมาณ 1 ลิปดา ปัจจุบันการคำนวณโค้งฯ โปรแกรมโหราศาสตร์จะคำนวณให้ ผู้ตรวจสอบเพียงนำค่าโค้งฯที่ได้นั้น ไปใช้ตรวจสอบตามวิธีการที่จะได้แสดงให้เห็นต่อไป

   ลำดับขั้นของการพยากรณ์จร

          ซึ่งก็ไม่ได้เป็นวิธีการที่ยากหรือมีเทคนิคเฉพาะแต่ประการใด โปรแกรมได้จัดทำดวงชะตาที่เราจะพิจารณานั้น ไว้เป็น 2 สำเนาให้ผู้ตรวจสอบอยู่แล้ว โดยแบ่งเป็นดวงกำเนิด (ดวงวงนอกที่เคลื่อนที่ไม่ได้) กับอีกดวงหนึ่งซึ่งก็เป็นดวงกำเนิดเหมือนกันแต่เคลื่อนที่ได้(ดวงวงใน) การปฏิบัติเมื่อได้ค่าโค้งสุริยาตร์มาแล้ว ก็จรดวงชะตากำเนิด(ดวงวงในที่หมุนได้)ไปตามค่าโค้งฯที่ได้มานั้น เพื่อตรวจว่า “จุดเจ้าชะตา-ปัจจัย-ดาวเคราะห์-ศูนย์รังสี-จุดอิทธิพล… “ในดวงที่เราจรไปตามโค้งฯ ซึ่งเราก็ทราบดีว่า ทุกดาวพระเคราะห์-ทุกปัจจัย ทุกพระเคราะห์สนธิต่างๆเหล่านั้น เป็นปัจจัยจรสุริยยาตร์ทั้งสิ้น ไปสัมพันธ์ถึงปัจจัย-ดาวเคราะห์ พระเคราะห์สนธิใดๆ ในดวงชะตากำเนิด (ดวงวงนอก) เข้าบ้าง ก็ทราบได้ว่าจะมีเรื่องราวตามความหมายของโครงสร้างนั้นๆเกิดขึ้น แต่ปัญหามีอยู่ว่าในทางปฏิบัติจริงๆ พระเคราะห์สนธิต่างๆ ในรูปของศูนย์รังสี –จุดอิทธิพลต่างๆ ที่ให้รายละเอียดของเรื่องราวต่างๆ ในดวงชะตากำเนิด ย่อมไม่สามารถจะกำหนดตำแหน่งลงไว้ในดวงชะตาให้ครบถ้วนได้...
          ซึ่งในเรื่องดังกล่าวนี้ โปรแกรมโหราศาสตร์ ก็ได้ช่วยผู้ตรวจสอบให้ในระดับหนึ่ง ดังเช่นเมื่อเราตรวจสอบ “จุดเจ้าชะตาจรสุริยยาตร์ใดๆ” โดยการใช้แกนลูกศรของจานคำนวณที่จุดเจ้าชะตาจรสุริยยาตร์นั้นๆ โปรแกรมจะแสดงให้เห็นว่า “จุดเจ้าชะตานั้น เท่ากับ ดาวพระเคราะห์ ศูนย์รังสีกำเนิดใดบ้าง บอกมุมสัมพันธ์ วังกะอย่างละเอียด” แต่ก็ไม่ทราบได้ว่า โครงสร้าง หรือพระเคราะห์สนธิที่พบระหว่าง ปัจจัยจรสุริยยาตร์ กับปัจจัยกำเนิดตามโค้งฯตามอายุขัยนี้  มีความสัมพันธ์กันอยู่ในพื้นดวงกำเนิดหรือไม่ จากความจริงที่เราได้ศึกษากันมาว่าการตรวจพระเคราะห์สนธิในดวงชะตาอันเป็นการอ่านดวงชะตานั้นแท้จริงก็คือการตรวจหา “ตรีโกณ” กับ “จตุโกณ” ในดวงชะตานี่เองซึ่งอาจเป็นสมบูรณ์แบบ 3-4 ปัจจัย หรือไม่สมบูรณ์แบบ(2ปัจจัย)
          เมื่อมาใช้วิธีการตรวจสอบ ดาวพระเคราะห์-ปัจจัย ในดวงจรสุริยยาตร์ กับดาวพระเคราะห์-ปัจจัย ดวงกำเนิดในรูปแบบว่า ในปีตามอายุขัยของเจ้าของดวงชะตามีพระเคราะห์สนธิ“ตรีโกณ” กับ “จตุโกณ”ในดวงกำเนิดแสดงผลบ้าง ตามปกติก็นิยมตรวจสอบจาก”จุดเจ้าชะตาจรฯทั้งหลาย”ไปสัมพันธ์กับปัจจัยกำเนิดใด จะเป็นไปในรูปแบบใดก็ตาม ถือว่าจะมีเรื่องตามความหมายของพระเคราะห์สนธิชุดนั้นเกิดขึ้นกับเจ้าชะตา ซึ่งจะได้แสดงตัวอย่างให้เห็น ดังภาพประกอบถัดไป

          ภาพประกอบ เป็นดวงชะตาของอาจารย์ใหม่ ที่มีค่าโค้งฯเท่ากับ 40 องศา 25 ลิปดา ในวันที่ 23 มกราคม 2551 ที่มีการประกาศให้ทราบ เจ้าชะตาได้รับการคัดเลือกให้เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยฯ อย่างเป็นทางการ...จากการพิจารณาดวงชะตาจรสุริยาตร์ (ดวงใน) กับดวงชะตากำเนิด (ดวงนอก) จะเห็นมีการตรวจสอบที่ จุดเจ้าชะตาเมอริเดียนจรสุริยยาตร์ ขอให้สังเกตแกนลูกศรของจานคำนวณ จี้ที่จุดเจ้าชะตาเมอริเดียน จรฯ (ดูภาพ) ที่สัมพันธ์ถึง พฤหัส กำเนิด (ที่ภาพจะเห็นว่า เมอริเดียนจร เดินเลย พฤหัส กำเนิดไปหน่อย ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เราอาจปรับให้ตำแหน่งของ เมอริเดียนจร ถึง พฤหัส กำเนิด พอดี ตรงสภาพความเป็นจริง เพราะว่าดวงนี้ยังไม่มีการปรับเมอริเดียน) จากการตรวจสอบที่เราถือว่า จุดเจ้าชะตาเมอริเดียน จรเป็นแกน กำลังถึง พฤหัส กำเนิด ที่เป็นแขนดาว ตรวจหาตรีโกณ (ตามวิธีที่ได้กล่าวมาตอนต้นทบทวนดู) พบว่าเป็น ตรีโกณ เมอริเดียน =พฤหัส/เนปจูน หรือละเอียดลงไปเป็น เมอริเดียน=พฤหัส//พลูโต/ศุกร์ =พฤหัส//ราหู/วัลคานุส...

          ภาพประกอบข้างบนนี้ ก็เป็นดวงชะตาจร กับดวงชะตากำเนิด ดังเช่นดวงที่ผ่านมา แต่เป็นการตรวจสอบที่ จุดเจ้าชะตา ลัคนาจรฯ (ดูแกนลูกศรจานคำนวณที่ ลัคนาจร ดวงใน) ก็พบว่า ตรีโกณชุดนี้ ลัคนา = เมษ/พฤหัส (มุม 180 องศา) พุธ/พฤหัส (มุม 360 องศา) ความหมาย ของพระเคราะห์สนธิที่เกิดจาก ลัคนาจร กับศูนย์รังสี กำเนิดดังกล่าวนี้ ความหมายที่ได้ก็สมจริงกับความเป็นไปของเจ้าชะตา แต่ถ้ามองในรูปของ ตรีโกณ โดยพิจารณา ศูนย์รังสีที่ได้ เป็นแขนดาวข้างหนึ่งเท่านั้น เราก็ได้ตรีโกณ ลัคนา= พุธ/พฤหัส//จันทร์/ศุกร์...
จากตัวอย่างที่ได้แสดงการตรวจสอบ จุดเจ้าชะตาจรสุริยยาตร์ ไปสัมพันธ์กับ ปัจจัย-ดาวพระเคราะห์กำเนิด ที่พระเคราะห์สนธิชุดตรีโกณที่แสดงถึงเรื่องราวที่เป็นไป หรือจะเป็นไป ของเจ้าของดวงชะตา ในปีตามอายุนั้นๆ แม้เพียง 2 จุด ก็ขอให้ทำความเข้าใจ ท่านก็สามารถ ที่ตรวจจุดเจ้าชะตา ดาวพระเคราะห์ปัจจัยต่างๆจรสุริยาตร์ กับปัจจัยดาวพระเคราะห์กำเนิดได้เป็นอย่างดี
          การพิจารณาในรูปพระเคราะห์สนธิจตุโกณ ก็ต้องแสดงภาพประกอบการตรวจสอบก็คงใช้ดวงตัวอย่าง เดิม ปกติในการตรวจสอบจะใช้น้อยกว่าพระเคราะห์สนธิตรีโกณ

          แต่ท่านผู้ศึกษาก็จำเป็นต้องรู้วิธีการเอาไว้ ขอให้สังเกตแกนลูกศรของจานคำนวณ จี้อยู่ที่ วัลคานุส จร ที่สัมพันธ์ถึง พฤหัส กำเนิด (จตุโกณ ก็เป็นความสัมพันธ์ของ 2 ศูนย์รังสี ที่อยู่ในแกนเดียวกัน) ในสภาพที่ แขนดาว วัลคานุส ของศูนย์รังสีหนึ่ง(วัลคานุส/?) จรตามโค้งสุริยยาตร์ (ของปีอายุขัยนี้)ไปถึง พฤหัส กำเนิด ที่เป็นแขนดาวของอีกศูนย์รังสีหนึ่ง (พฤหัส/?) ที่มีแกนดาวเป็นจุดเจ้าชะตา แกนเดียวกัน ปกติจะพิจารณาจาก จุดเจ้าชะตาจรในโค้งเดียวกันนี้ สำหรับดวงตัวอย่าง ผมสนใจแกน จุดเจ้าชะตาลัคนา จากภาพจะเห็นว่า กำลังโคจรเข้าหา อาพอลลอนกำเนิด มุม 45 องศา วังกะ 47 ลิบดา เรื่องราวของจตุโกณจะอยู่ที่แกน จุดเจ้าชะตาลัคนาจรฯ ที่แสดงให้เห็นการงานจะประสบความเร็จ มีชื่อเสียง ในช่วงเวลา 9 เดือนกว่าๆข้างหน้า จุดเจ้าชะตาลัคนากำเนิด มีศูนย์รังสี อาทิตย์/วัลคานุส ,พลูโต/พฤหัส ที่เป็นพระเคราะห์สนธิที่แสดงผล ในรูปพระเคราะห์สนธิจตุโกณในปีตามอายุนี้ จากการสังเกตที่ดวงชะตา จะเห็นว่า วัลคานุส จรสุริยยาตร์ ถึงพฤหัส กำเนิด (เป็นการถึงกันในลักษณะใขว้กัน ของปัจจัยที่เป็นปัจจัยของศูนย์รังสีที่เป็นจตุโกณ ที่เห็นว่า พลูโต จรสุริยยาตร์ ถึง อาทิตย์กำเนิด ขอให้สังเกตการถึงกันของปัจจัยจรฯกับปัจจัยกำเนิดให้ดี พร้อมกับพิจารณาศูนย์รังสีของแกนนั้นๆ(ลัคนา) จากภาพก็จะมีความเข้าใจ
          จากความหมายของจตุโกณชุดดังกล่าว ก็เป็นเรื่องของกิจการงานหรือสภาพแวดล้อมจะประสบความสำเร็จในช่วงเวลาประมาณ 9 เดือนข้างหน้า จากหัวหน้าหรือผู้มีระดับสูงในการงาน (อาทิตย์/วัลคานุส) หรือมีพัฒนาฯการไปอย่างประสบความสำเร็จ(พลูโต/พฤหัส) ซึ่งพระเคราะห์สนธิจตุโกณดังกล่าวนี้มีอยู่ในพื้นดวงชะตากำเนิด และแสดงผลในช่วงอายุดังกล่าวนี้ ปกติการตรวจสอบดวงชะตาจรตามอายุขัย หรือตามโค้งสุริยยาตร์ ก็ปฏิบัติหาพระเคราะห์สนธิ ตรีโกณ,จตุโกณที่แสดงถึงเรื่องราวต่างๆ เช่นเดียวกันกับการตรวจสอบในพื้นดวงชะตากำเนิดนั่นเอง. จากจุดเจ้าชะตาที่จรไปตามโค้งสุริยยาตร์ และพิจารณาตรวจสอบในรูปจตุโกณ ที่ทำให้ผู้ตรวจสอบทราบความแรงของแกนจุดเจ้าชะตานั้นๆ จากมุมสัมพันธ์ที่มีต่อ ดาวพระเคราะห์-ปัจจัยกำเนิดที่สัมพันธ์ถึง สำหรับช่วงเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์ก็พิจารณาจากช่วงวังกะที่กำลังจรเข้าหา(โดยพิจารณา 5 ลิปดาเท่ากับ 1 เดือน) ดังเช่นตามตัวอย่างที่กล่าวมาที่กำหนดเป็นเวลา 9 เดือน ที่ทำให้ผู้ตรวจสอบสามารถใช้ดวงเดือนมาร่วมพิจารณาความเป็นไปของโชคชะตานั้น โดยการใช้ดวงเดือนจันทรวรรษ(ช่วงเดือน ตุลาคม 2551 โดยนับจากวันที่ตรวจสอบโดยโค้งสุริยยาตร์ 23/01/2551)
          ขอให้พิจารณาภาพดวงเดือนจันทรวรรษ (Luna Return) ที่เป็นดวงที่จันทร์จรปัจจุบัน ในเดือนที่พิจารณา เท่ากับ จันทร์กำเนิด ขอให้สังเกตค่าสมผุสของจันทร์ของทั้ง 2 ดวงชะตามีค่าสมผุส ราศีเดียวกัน

                       

 


  <<หัวเรื่องก่อนหน้านี้

กลับหน้าหลัก >>