พยากรณ์แม่นยำ! ระดับชาติและระดับโลก
ความแม่นยำ ในการพยากรณ์ของวิชาโหราศาสตร์ไม่แพ้วิชาใดๆ ในโลกนี้ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่พยากรรณ์มาล่วงหน้า (ปี 2552) นานนับเดือน ดังนี้
สถาณการณ์ชุมนุม นปช. ในเดือน มี.ค. 2553 เชิญคลิกอ่านต่อ=>
หุ้นไทยพุ่งแรงหักปากกาเซียน ในเดือน พ.ค. 2553 เชิญคลิกอ่านต่อ=>
หุ้นสหรัฐดิ่งลงเหว ในเดือน พ.ค. 2553 เชิญคลิกอ่านต่อ=>
|
|
![]() |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วิเคราะห์ ดวงอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ตามระบบนิรายนะวิธี (Fixed Zodiac) ตามแนวทางของท่านปรมาจารย์ พ.อ.อ.บุญช่วย ชุ่มเชิงรักษ์ ได้วางแนวทางไว้ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| -ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร “ผู้จะพลิกแผ่นดิน” | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สูติกาล 26 กรกฎาคม 2492 ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 1 ค่ำเดือน 9 ปีฉลู จศ.1311 ค.ศ.1949 ![]() |
-----ตามที่ท่านสมาชิกวารสารดวงประกาศิต ได้เขียนจดหมายต่อเนื่องมานานหลายฉบับ ตั้งแต่วารสารออกใหม่ๆ จนถึงปัจจุบัน ต้องการให้ทางวารสารฯ วิเคราะห์ดวงของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากปัจจุบันนับเป็นโอกาสเหมาะที่จะนำดวงดังกล่าวมาวิเคราะห์ในระบบโหราศาสตร์ชั้นสูงให้แพร่กระจายแบบกะเทาะเปลือกให้เห็นเมล็ดชั้นใน -----ตามการวิเคราะห์ดวงของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร มีการกล่าวอ้าง มีการวิเคราะห์จากหมอดูและโหรหลายสำนัก และมีข้อสงสัยต่างๆ นาๆ ว่า ทักษิณดวงแตก แต่ทำไมจึงเป็นนายกฯ ดาวการเงิน ดาวศุกร์ของทักษิณวินาศทำไมจึงรวยเป็นมหาเศรษฐี ดาวอาทิตย์หรือดาวยศศักดิ์อยู่เรือนกาลีเหตุใดจึงได้เป็นนายกฯ ดาวพฤหัสเป็นนิจ(ต่ำต้อยถอยชะตา) แต่ทำไมจึงเรียนเก่งได้เป็นที่หนึ่งของรุ่นและจบปริญญาเอกด้วย ดาวการเมืองเสีย (ดาวเสาร์วินาศ) แต่ทำไมเป็นนักการเมืองที่คนทั่วโลกรู้จัก หมอดู พระหมอดู และโหรหลายสำนักพยากรณ์ว่า ทักษิณ จะกลับมายิ่งใหญ่ได้อีก... จริงหรือ?!
วิเคราะห์ ดวง ทักษิณ ชินวัตร
การวิเคราะห์ดวงชะตาผู้เขียนจะวิเคราะห์ในเรื่องต่อไปนี้ 1.พื้นดวงชะตา เพื่อพิจารณาดูถึงความเด่น ความด้อยของดวงชะตา
2.พิจารณาจุดสูงสุดของดวงชะตาว่าจะเกิดขึ้นในช่วงใดของชีวิต 3.พิจารณาช่วงตกหรือจุดตกต่ำของดวงชะตาว่าเกิดขึ้นในช่วงใดของชีวิต
4.พยากรณ์เรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร?
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
-ลัคนาสถิตราศีกันย์ (ธาตุดิน) เกาะนวางค์ ๔ ตติยตรียางค์ ๖
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 10 ดวงประกาศิต | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 1. พื้นดวงชะตา 1.1 พื้นดวงชะตาในส่วนดี -----ทักษิณฯ ถือเป็นคนวันอังคาร มีดาวพฤหัสบดี (๕) เป็นศรี และได้ตำแหน่งราชเกณฑ์หรือเรียกว่าปัญจะมหาบุรุษโยค ดาวพฤหัสยังเพ็ญบนท้องฟ้าในตำแหน่งจรราศีที่ราศีมังกร ในอาณาเขตโจโรแห่งฤกษ์ ทำให้มีความคิดรวดเร็วและฉลาดเนื่องจากดาวพฤหัสในนวางค์จักรเกาะราศีกุมภ์ธาตุลมทำให้มีความคิดรวดเร็วในเชิงรุก เพราะดาวพฤหัสนี้โคจรใกล้โลกมีพลังสูง
-----ดาวอาทิตย์(๑) เป็นดาวมนตรี ตามทักษาสถิตราศีกรกฎ ในอาณาเขตราชาแห่งฤกษ์ในตำแหน่งมหาจักร ทำให้เป็นคนคิดการใหญ่ นอกจากนั้นดาวอาทิตย์ยังกุมดาวพุธ(๔) ตนุลัคน์ ทับกันสนิทองศา สนิทนวางค์ทำให้ดาวพุธดับบนท้องฟ้า โดยดาวพุธโคจรเร่งรีบเข้าไปหาดวงอาทิตย์ทำให้ตัวเอง(ดาวพุธ) ดับสนิท
-----ดาวจันทร์(๒) เป็นกาลีวันเกิดตามทักษาได้ตำแหน่งเกษตรในอาณาเขตราชาแห่งฤกษ์และดับบนท้องฟ้า
ทำให้ความร้ายของดาวจันทร์กลับเป็นดี เรียกว่าเรือนเสียดาวไม่เสีย และยังได้ตำแหน่ง จันทร์-คุรุ-สุริยา (เทียม) แต่เมื่อดาวพุธ(๔) ได้ตำแหน่งตนุลัคน์และตนุเศษจึงทำให้ดาวจันทร์(๒) เป็นจุดตั้งรับด้วย จึงพูดได้ว่าตำแหน่งจันทร์-คุรุ-สุริยานี้ทำให้มีคุณภาพใกล้มาตรฐาน จันทร์-คุคุ-สุริยา แท้ถึง 80%
-----ดาวพุธ(๔) ตนุลัคน์ และดาวอาทิตย์(๑) ในนวางค์จักรไปสถิตราศีกันย์เรือนของดาวพุธ มาตรฐานเป็นเกษตร กุมลัคนาได้ตำแหน่งไทยเกณฑ์ ดาวคู่นี้ (๑+๔) เป็นดาวคู่วิชาการอีกด้วย
-----พระราหู(๘) เล็งลัคนา (ลั) หมอดู และโหรหลายคนบอกว่าดวงแตก(ไม่ดี) แต่ความจริงมิได้เป็นเช่นนั้นเพราะราหูเป็นมูละตามทักษา(ทรัพย์สินคงคลัง หรือทรัพย์สินดั้งเดิม และอนาคต) สถิตราศีมีน ในเรือนของดาวศรี (ดาวพฤหัสบดี-๕) และเป็นวรโคตมนวางค์จึงมีความมั่นคงเนื่องจากเป็นตำแหน่งเกณฑ์ราศีนระของลัคนา (ลั) ที่สถิตราศีกันย์ซึ่งลัคนาก็เป็นวรโคตมนวางค์ด้วยจึงทำให้ดวงนี้ไม่แตก แม้ราหู (๘) เล็งลัคนาก็ตาม -----ดาวศุกร์(๖) เป็นเจ้าเรือนการเงิน ที่ราศีตุลย์ไปสถิตราศีสิงห์เรือนวินาศแห่งลัคนาเข้ากฎภินทุบาทว์หรือดวงแตกยังกุมดาวเสาร์(๗) คู่ศัตรูถือว่าเบียนกันอย่างรุนแรง แต่เรื่องจริงมิใช่เช่นนั้นดาวเสาร์ที่เห็นด้วยสายตาว่าเบียนนั้นไม่มีพิษสงอะไรเลยเพราะดาวเสาร์นี้อยู่ในตำแหน่งปรเกษตรทั้งราศีจักร และนวางค์จักรประเด็นสำคัญ ดาวศุกร์(๖) กลับเป็นเกษตรที่ดวงนวางค์จักรที่ราศีพฤษภ กุมพระเกตุ(๙) จึงช่วยให้เจ้าชะตามีทรัพย์สินเงินทอง
|
![]() แต่ประเด็นสำคัญ ข้อวิเคราะห์ข้างต้นยังไม่สมบูรณ์เพราะถึงอย่างไร ดาวศุกร์ก็ยังอยู่ในเรือนวินาศจะร่ำรวยก็ไม่น่าจะมีเป็นหมื่นล้านหรือแสนล้าน แท้ที่จริงมีสูตรความลับของโบราณจารย์ คือดาวตนุลัคน์และตนุเศษ สถิตเรือนหรือราศีไหนก็ตามจะต้องพิจารณาถึงเรือนกดุมภะ(การเงิน) ดังตัวอย่างดวงชะตานี้ กดุมภะของตนุเศษ คือดาวอาทิตย์(๑) และดาวตนุเศษดังกล่าวยังเป็นตนุลัคน์ด้วย ทั้งหมดต่างสถิตเขตราชาฤกษ์ในดาวปุษยะ(ได้มาอย่างนุ่มนวล) เพียงเท่านี้ยังไม่พอ ดาวศุกร์(๖) ยังสถิตเป็นศูนย์พาหะแก่ตนุเศษ(ดาวพุธ-๔) และดาวศุกร์ (๖) ใกล้เพ็ญบนท้องฟ้าทำให้มีอานุภาพแรงโดยเฉพาะความหมายของทรัพย์สิน เงินทอง ดาวศุกร์ ซึ่งเป็นการกของโภคทรัพย์ร่วมกับเจ้าเรือนพันธุ(ดาวพฤหัสบดี-๕) นอกจากนั้นในดวงนวางค์จักร ดาวพฤหัสบดี (๕) ซึ่งเป็นดาวศรี(มั่งมีศรีสุข) ปริวรรตเกษตร 4 ชั้น (๒-๓-๕-๗) ทั้งหมดจึงเป็นดาวอนุเกษตร จึงทำให้เจ้าชะตามีสินทรัพย์และร่ำรวยมหาศาล
-----1.2 ข้อด้อยของพื้นดวงชะตา เนื่องจากเจ้าชะตาเป็นบุคคลสาธารณะ สังคมรับรู้ถึงความร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี ผู้เขียนขอถอยกลับไปช่วงวัยต้นๆ ของดวงชะตาที่ยังไม่มีทรัพย์สินมากนัก และการประกอบธุรกิจที่ยังให้ผลประกอบการไม่ดีเพราะ -----ลัคนา(ลั) สถิตราศีกันย์ในเขตดาวนักษัตร จิตราซึ่งหมายถึงดาวตาจระเข้โดยนัยยะหมายถึงการกินเหยื่อทั้งตัวเพราะไม่มีลิ้นจึงไม่ได้ลิ้มรสชาติ ขอให้ท้องอิ่มเท่านั้น นักษัตรนี้อยู่ในอาณาเขตเทศาตรีแห่งฤกษ์ซึ่งเป็นภินทฤกษ์หรือฤกษ์แตก(ฤกษ์แพศยา) จึงต้องหากินดิ้นรนทุกทางแต่ด้วยกายภาพจระเข้มีหัวใจ 4 ห้อง ที่ทำงานอิสระได้ทุกห้อง ทำให้ตายยากโดยเฉพาะราศีกันย์เป็นราศีของดาวพุธเจ้าชะตาจึงเรียนรู้วิธีการที่จะพูดให้ได้เงินเก่ง ด้วยอำนาจของดาวพุธที่ดับบนท้องฟ้าจึงทำให้ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 11 ดวงประกาศิต | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
พูดก่อนคิดบ่อยๆ เป็นประจำแต่เป็นคนที่ชอบเรียนรู้ทุกอย่างและเข้าใจตัวเองว่ารู้ทุกอย่างหรือเป็นพหูสูตร (แต่ไม่จริง) ในฐานะนักโหราศาสตร์ผู้เขียนเชื่อว่าท่านอดีตนายกฯ คิดจะพลิกโลกมิได้คิดเฉพาะจะพลิกเมืองไทยอย่างเดียว ในที่นี้มิได้มีความหมายว่าดีหรือไม่ดี (แต่ใครจะรู้นอกจากเจ้าชะตา) แต่การกระทำก็ย่อมแสดงออก เช่น ช่วงที่เข้ามารับตำแหน่งรองนายกฯ ยุค พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นหัวหน้ารัฐบาล ท่านเคยพูดว่า “จะแก้ปัญหาจราจรในกทม. ที่มีปัญหาหมักหมมมาทุกสมัยให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน” และเมื่อเร็วๆ นี้ (เมษายน 2552) ท่านกล่าวว่า “ให้เสื้อแดงออกมามากๆ เมื่อได้ยินเสียงปืนแตกจะกลับมาเป็นผู้นำขบวน” เป็นต้น -----แต่ด้วยความทระนงของตัวท่านเองที่มีดาวศุกร์(๖) ดาวเสาร์(๗) คู่ศัตรูที่กุมกันจึงเป็นนักหมุนเงินตัวยง เช่นการทำโรงหนัง ฉายหนังเร่ กำกับภาพยนตร์ แลกเช็คเพื่อหมุนเงิน เพราะไม่มีแหล่งเครดิตในช่วงนั้น ซึ่งถือว่าวัยเริ่มต้นของการทำงานเจ้าชะตาเป็นนักต่อสู้ตัวยง นี้เป็นเพียงตัวอย่างสั้นๆ ที่พอจะเขียนมาให้อ่านกันได้ -----2. ขั้นสูงสุดของดวงชะตา
-----2.1 บารมีของดวงชะตาจะเป็นตัวกำหนดระดับความสูงต่ำ ถ้าให้ง่ายกำหนดเป็นร้อยละจะดูง่าย เช่น ตัวอย่างของดวงชะตานี้ บารมีของดวงชะตาอยู่ที่อำนาจจันทร์-คุรุ-สุริยา (๒+๕+๑) ที่มีมาตรฐานสูง และดาวศรี (พฤหัส-๕) เพ็ญบนท้องฟ้า ดาวมูล(พระราหู-๘) เป็นอุดมเกณฑ์ ดาวจันทร์ (๒) เป็นปทุมเกณฑ์ ดาวอาทิตย์ (๑) ดาวจันทร์(๒) และดาวพุธ(๔) ทั้ง 3 ดวงนี้ต่างได้อุดมเกณฑ์ราศีนระทั้งสิ้น
-----สรุปได้ว่า บารมีของดวงนี้อยู่ในระดับ 85-90% (ประชากรส่วนใหญ่ได้เกณฑ์ 60% ลงไป ชนชั้นกลางระดับดีอยู่ในช่วง 70%เป็นต้น)
|
2.2ช่วงบารมีของดวงชะตาที่ขึ้นระดับสูงสุด
-----จุดสูงสุดของดวงชะตาทักษิณ คือช่วงที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรกหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 6 มกราคม 2544 และดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2544
-----ดวงชะตาช่วงนี้เริ่มต้นที่จะอยู่จุดสูงที่ยังกล่าวว่า ยังไม่อยู่จุดสูงสุดเพราะการได้ตำแหน่งนายกฯ เพียงอย่างเดียว แต่ยังขาดทรัพย์สินที่จะมีขึ้นภายหลัง เมื่อนั้นจึงนับว่าอยู่ในช่วงสูงสุดของชีวิต กล่าวคือช่วงจุดสูงสุดของดวงชะตาอยู่ในช่วงเป็นนายกฯ ครั้งที่ 2 จากการเลือกตั้งทั่วไป ผลการเลือกตั้งชนะแบบฟ้าถล่ม-ดินทลายนับเป็นประวัติการณ์ครั้งหนึ่งของการเมืองไทยที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้มีเสียงข้างมากสามารถเป็นรัฐบาลได้พรรคเดียวไม่ต้องผสมกับพรรคการเมืองอื่น พร้อมทั้งเจ้าชะตาเองมีทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลมีอำนาจในการทำงานเด็ดขาด แต่หมอดูและโหรบางท่านกล่าวว่า เจ้าชะตาจะกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมได้อีก ซึ่งนับว่าจุดสูงสุดของดวงชะตายังอยู่ในอนาคต ในฐานะนักโหราศาสตร์ขอพิจารณาดวงชะตาโดยไม่อิงกระแสและไม่สนใจประวัติเดิมดังนี้
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 12 ดวงประกาศิต | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
![]() วิเคราะห์ช่วงได้รับตำแหน่งนายก ครั้งแรก (9 กุมภาพันธ์ 2544)
-----การได้รับตำแหน่งนี้เป็นผลมาจากพื้นดวงชะตาเดิม เป็นประการแรก สูตรโบราณในเรื่องของมหาทักษา ยังนำมาใช้เป็นหลักการสำคัญในการพิจารณา กล่าวคือเมื่ออายุ 36-54 ปี เป็นช่วงที่ดาวพฤหัสบดี (๕) เสวยอายุ ดังกล่าวข้างต้นมาแล้วว่า เจ้าชะตามีดาวดวงนี้เด่น เป็นดาวศรีตามทักษา และได้ตำแหน่งปัญจมหาบุรุษโยค ประเด็นสำคัญ ดาวศรีดวงนี้เพ็ญบนท้องฟ้าในขณะที่เจ้าชะตาถือกำเนิด และสถิตอยู่ในเรือนเดชในราศีมังกร -----ประการที่สอง ดาวตรีวัยมีดาวศุกร์ (๖) เจ้าเรือนศุภะ (สิ่งแวดล้อม เกียรติ คุณงามความดี) เป็นเจ้าของวัยตั้งแต่อายุ 41 ปี 8 เดือนถึง 58 ปี 4 เดือน ส่วนนี้เป็นผลประการที่สอง ที่ผลักดันให้เจ้าชะตาไต่ระดับขึ้นแบบแนวดิ่งสูงชัน -----ประการที่สาม พิจารณาจาก กาลจักร-ลัคน์จร ลัคนาจรไปอยู่ที่ราศีพฤษภ เรือนศุภะของเจ้าชะตาหรือเรือนที่ 9 จากลัคนาเดิม เรือนนี้เป็นเรือนการงานของเจ้าชะตา เนื่องจากเป็นเรือนของดาวศุกร์(๖) ซึ่งเป็นดาวอุตสาหะ ตามทักษาวันเกิดจึงสอดคล้องอย่างเหมาะสมกับตรีวัยจร เจ้าเรือนที่ลัคนาสถิตอยู่คือดาวศุกร์ได้ตำแหน่งเกษตรที่ราศีตุลย์ |
กุมดาวพฤหัสบดี(๕) ซึ่งเป็นศรีเดิมตามทักษาและยังกุมดาวเสาร์(๗) ซึ่งเป็นเดชเดิมตามทักษาและดาวกลุ่มนี้ (๖+๕+๗) ยังได้อุดมเกณฑ์ปัศวะ ลักษณะที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ทำให้เจ้าชะตาเหมือนนั่งอยู่บนเกี้ยวทอง ส่วนที่ส่งเสริมให้อีกตำแหน่งหนึ่งในกาลจักร-ลัคน์จรนี้ คือราศีพฤษภมีอาทิตย์ (๑) กุมลัคนาได้ตำแหน่งไทยเกณฑ์ (มีเกียรติยศสูงเด่น) เด่นในเรื่องการงาน ดาวจันทร์(๒) ได้ตำแหน่งมหาอุจ ลัคนาจึงได้เกณฑ์จันทร์ด้วยทำให้เป็นที่นิยมของประชาชน (ประชาชนมากมายออกมาเชียร์ทั้งกายและใจ ในขณะที่กำลังพิจารณาคดีในศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการซุกหุ้น)
-----ประการสุดท้าย พิจารณาจากดาวจรบนท้องฟ้าในช่วงนั้น จะเห็นประธานฝ่ายศุภเคราะห์คือดาวพฤหัสบดี (๕) ซึ่งเป็นดาวศรีโคจรมาสถิตที่ราศีพฤษภทับพระเกตุ (๙) ในดวงเดิมและในขณะนั้น ดาวดวงนี้ได้ตำแหน่งเป็นอุตสาหะจร (ศรีเดิมเป็นอุตสาหะ) ได้ตำแหน่งธรรมเกณฑ์ (เป็น ๙) แก่ลัคนาเดิม ดาวเสาร์ (๗) จรมากุมดาวพฤหัส(๕) จรที่ราศีพฤษภเช่นเดียวกัน เนื่องจากดาวเสาร์ (๗) เป็นดาวเดชตามทักษาจึงทำให้เจ้าชะตามีทั้งเดชและมีทั้งศรี หรือมีตบะบารมีในขั้นสูง เพราะดาวเสาร์มีมาตรฐานเป็นมหาจักร สมตามหลักครูที่ว่า “มหาจักร ฟักตัวขึ้นเป็นใหญ่...” การได้ดาวศรีกุมอยู่ด้วยทำให้ดาวศรีดวงนี้เป็นดาวพฤหัสบดี (๕) ทำให้เกิดปัญญา มีความคิดดี เฉียบแหลม และเป็นปรัชญา (มีแนวคิดและสามารถทำให้เห็นผลได้)
วิเคราะห์ช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายก ครั้งที่ 2 (11 มีนาคม 2548)
-----ประการแรก พิจารณาจากมหาทักษา เป็นช่วงพระราหูเสวยอายุตั้งแต่อายุ 55-66 ปี พระราหู(๘) ดวงนี้มีตำแหน่งมูละตามทักษาวันเกิดอยู่ในเรือนศรีของดาวพฤหัสบดี (๕) และเป็นอุดมเกณฑ์กับลัคนา จึงให้คุณมากทางทรัพย์สิน ช่วงนี้ถือว่าเจ้าชะตามีทรัพย์สินเงินทองเพิ่มขึ้นมากมาย มากกว่าช่วงใดๆ ในชีวิต แต่ทรัพย์สินที่ได้มาก็จะได้มาตามแบบนิสัยของราหู (ขอให้ท่านผู้อ่านพิจารณาเอง)
-----ประการที่สอง ดาวตรีวัยยังคงเป็นดาวศุกร์ (๖)เหมือนกับตอนเป็นนายกฯ ครั้งแรก ยังคงเป็นวัยพันธุ เป็นการเสริมหรือตอกย้ำให้ความร่ำรวยของเจ้าชะตาทวีคูณ และยังส่งเสริมให้พระราหูมีอิทธิฤทธิ์มากขึ้น แต่ความหมายของดาวคู่นี้ (๖+๘) มีความหมาย 2
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 13 ดวงประกาศิต | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
นัยยะ กล่าวคือถ้าไม่โกงเขาก็จะโดนเขาโกง แต่จากประสบการณ์ของผู้เขียน ดาวคู่นี้มักมีผล 2 นัยยะ
-----ประการที่สาม พิจารณาจากกาลจักร-ลัคน์จร ลัคนา(ลั) สถิตราศีมิถุน เป็น สิบ แก่ลัคนาเดิม หรือเป็นเรือนกำมะ (การงาน) ข้อที่ส่งเสริมให้เด่น ภาษาโหรเรียกว่าจุดทศมลัคน์ เนื่องจากดาวอาทิตย์ (๑) ที่กุมลัคนานอกจากได้ตำแหน่งไทยเกณฑ์แล้วยังได้มาตรฐานสูงเป็นตำแหน่งราชาโชค ตามหลักครูที่กล่าวว่า “ราชาโชค โฉลกเฉลา ผลบุญเก่าให้เห็น เด่นเป็นสง่า...” หลักสำคัญของข้อนี้อยู่ที่ดาวเจ้าเรือนคือดาวพุธที่เป็นเจ้าของเรือนได้ตำแหน่งเกษตร(มั่นคง) ทำให้ดวงของเจ้าชะตาแข็งแกร่ง มีฐานเสียงเป็นพรรคเดียวที่จัดตั้งรัฐบาลได้ ทุกคนในประเทศคาดหวังว่ารัฐบาลจะมีอายุยืนยาวต่อไปได้อีก 12-16 ปี
-----ประการสุดท้าย พิจารณาจากดาวจรบนท้องฟ้า จะเห็นว่า ดาวพฤหัสบดี (๕) ซึ่งเป็นดาวศรีตามทักษาวันเกิด และเป็นประธานฝ่ายศุภเคราะห์ (ฝ่ายดี-ให้คุณสูง) โคจรมาทับลัคนาเดิมที่ราศีกันย์ และในปีดาวศรีดวงนี้เป็นดาวเดชจรมาให้คุณอย่างมากมาย พระราหู(๘) เป็นศรีจร สถิตที่ราศีเมษ ได้มาตรฐานเป็นเทวีโชคและ ได้ตำแหน่งพิเศษ “บุญสุรา” (นั่งกินนอนกิน จนมัวเมา) ถึงแม้ว่าพระราหูตำแหน่งนี้จะให้คุณมากแต่ก็สามารถให้โทษได้ถ้าเกิดความลุ่มหลง และมัวเมาจนทำให้ขาดสติ (เหมือนคนดื่มสุราจนเกินพอดี)
![]() -----สรุปจากการวิเคราะห์
-----การได้รับตำแหน่งนายกฯ ครั้งแรกเป็นการปูพื้นฐานสู่ความยิ่งใหญ่ หรือหอคอยงาช้าง การได้รับตำแหน่งนี้เป็นครั้งแรกของเจ้าชะตา ที่ใกล้มาถึงจุดสูงสุดทำให้เกิดความภาคภูมิใจมีอุดมการณ์ และมีความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อชาติ และประชาชน มีผลงานเห็นได้ชัดเจนเช่น การเร่งสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ และการเร่งการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินให้เสร็จโดยรวดเร็ว
-----การได้รับตำแหน่งนายกครั้งที่สอง แม้ในช่วงต้นจะดูยิ่งใหญ่ แต่เริ่มมีปัญหาในการทำงาน งานภายในมีการเปลี่ยนตำแหน่งผู้ทำงานบ่อยเหมือนเปลี่ยนม้ากลางศึก (การย้ายทหารและตำรวจข้ามอาวุโส และคนที่ข้ามก็ไม่มีความสามารถแต่เป็นคนใกล้ชิด) การบริหารมักไม่ฟังใคร ศึกภายนอกเริ่มมีคนต่อต้าน จาก
|
-----การดำเนินนโยบายการบริหาร มีการก่อม็อบ การประท้วงต่างๆ ผลของการเกิดสิ่งเหล่านี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของดาวต่างๆ ตามวัยที่เปลี่ยนไปของเจ้าชะตา ประการหนึ่งกับดาวจรบนท้องฟ้าที่เปลี่ยนจากการให้คุณมาเป็นให้โทษ เหมือนกับว่าวติดลมบน แล้วสายป่านขาดเนื่องจากสายป่านตึงเกินไป
![]() 3. จุดตกต่ำของดวงชะตา
-----จุดตกต่ำของดวงชะตาหลังจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อ 11 มีนาคม 2548 ก็คือการโดนปฏิวัติปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 หลังจากได้ตำแหน่งเพียงปีเศษ
วิเคราะห์ช่วงตกต่ำของเจ้าชะตา
-----ประการแรก พิจารณาจากมหาทักษา ช่วงนี้พระราหู(๘)ยังเสวยอายุอยู่ระหว่างย่าง 58 ปี แต่จุดหักเหให้ตกต่ำเพราะดาวแทรก ได้แก่ดาวศุกร์(๖)แทรกอายุนาน 2 ปี 4 เดือนจนกว่าอายุจะครบ 61 ปี 8 เดือน (วันปฏิวัติเจ้าชะตาอายุย่าง 58 ปี)ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ดาวคู่นี้ ศุกร์+ราหู (๖+๘) เป็นดาวคู่ศัตรู มี
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 14 ดวงประกาศิต | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
![]() ความหมายว่าไม่เล่นงานเขา-เขาก็จะเล่นงานเรา แต่เหตุใดเจ้าชะตาไม่เล่นงานเขา แต่กลับโดนคนอื่นเล่นงานเนื่องจากช่วงนี้ดาวบริวารวันเกิด คือดาวอังคาร (๓) ของเจ้าชะตาอ่อน-----ประการที่สอง พิจารณาจากดาวตรีวัยจร ดาวตรีวัยกำลังจะเปลี่ยนดาวประจำวัย จากดาวศุกร์(๖)เป็นดาวอังคาร(๓)ซึ่งไม่ต่างจากแรงถีบของการเล่นกีฬา -----ดาวอังคาร(๓) ในดวงเดิมเกาะดาวนักษัตรอารทรา ในอาณาเขตเทวีแห่งฤกษ์ ตามปกติดาวดวงนี้ให้คุณแต่ก็แฝงความร้ายเอาไว้เนื่องจากโดนดาวมฤตยู(๐)ซึ่งเป็นดาวคู่ศัตรูกุมเอาไว้สนิทองศาสนิทนวางค์ ซึ่งจะให้ความอาเพศเกี่ยวกับบริวารทั้งหลาย ณ ที่นี้หมายถึงทหาร เนื่องจากดาวอังคาร(๓)มีความหมายถึงทหาร แต่การที่ไม่เกิดเรื่องราวก่อนหน้านี้เพราะดาวมฤตยู(๐)ยังไม่ส่งผลร้ายต่อดาวอังคาร(๓)ดวงนี้เหมือนคนมีเชื้อไวรัสตับอักเสบ B อยู่ในร่างกาย แต่ไม่แสดงอาการเมื่อไหร่ที่ร่างกายอ่อนแอ ภูมิต้านทานต่ำเชื้อตัวนี้ก็จะออกมาอาละวาดทันที -----ประการที่สาม พิจารณาจากกาลจักร-ลัคน์จร ลัคจร สถิตราศีกรกฎ เป็นลาภะ(ลาภ)นับเป็นเรือนที่ 11 แก่ลัคนาเดิมกุมดาวดวงอื่นๆอีก 5 ดวง (๑+๒+๔+น+พ+ลั)เนื่องจากเรือนนี้เป็นเรือนกาลี (อัปมงคล เสนียด จัญไร)ตามทักษาวันเกิดของเจ้าชะตาเดิมความหมายและสิ่งดีๆทั้งหมดจึงเสื่อมสภาพความดีทั้งหมด ตัวอย่างเช่น ดาวอาทิตย์(๑) ที่แสดงถึงยศศักดิ์ เกียรติและศักดิ์ศรีจึงต้องหมองและเสื่อมสภาพไปด้วยจุดที่ซ้ำเติมเจ้าชะตา คือดาวเสาร์ (๗) ซึ่งเป็นเดชตามทักษาเดิม สถิตราศีพิจิกได้ตำแหน่งสูงส่งเป็นราชาโชค-อุจจาภิมุข-จุลจักรแต่ภินทุบาทว์(แตก) เพราะเป็นห้าแก่ลัคนา เจ้าเรือนที่ดาวเสาร์สถิตย์อยู่เป็นดาวอังคาร (๓) เป็นดาวคู่ศัตรูกับดาวเสาร์(๗) และส่งมุมตรีโกณถึงดาวอังคารและมฤตยูเดิม (๓+๐) รวมทั้งถึงลัคนาและดาวทั้ง |
กลุ่มที่กุมลัคนาในราศีกรกฎ (๑+๒+๔+น+พ+ลั) และยังเป็นมาตนระโสโร (ดาวเสาร์-๗ เป็นมาตหรือตัวทำลาย) ข้อเท็จจริงก็คือชำระอายุช่วงนี้ย่าง 58 ปี ดาวศรี (๕) เป็นบริวารจร, ดาวเสาร์(๗) ซึ่งเป็นเดชเดิมจึงตกเป็นกาลีจร ดังนี้ จึงเรียกว่าฆาตนระโสโร เหตุเพราะว่าลัคนาเดิมของเจ้าชะตาสถิตราศีกันย์ ซึ่งเป็นราศีนระ เมื่อขับชะตาเข้าดวงกาลจักร-ลัคน์จร ดาวเสาร์(๗) ดวงนี้ทำมุมตรีโกณถึงลัคนาและดาวจันทร์(๒) ซึ่งเป็นดาวกาลีวันเกิดเดิม สุดท้ายถึงดาวอังคาร (๓) จึงเป็นมุมหอกที่ทิ่มแทงให้เจ้าชะตาต้องประสบความล้มเหลวในการบริหารงาน แต่ยังนับว่าเจ้าชะตายังไม่ถึงฆาต (เสียชีวิต) เพราะมีดาวพฤหัสบดี(๕) ซึ่งเป็นดาวให้คุณกุมกับพระเกตุ (๙ - สิ่งศักดิ์สิทธิ์) เล็งลัคนาอยู่และรูปลักษณ์ดวงกาลจักร-ลัคน์จรนี้เจ้าชะตาได้องค์เกณฑ์ เป็นจันทร์-คุรุ-สุริยาแท้ 100% จึงคุ้มครองเจ้าชะตาได้
-----ประการสุดท้าย พิจารณาจากดาวจรบนท้องฟ้า ดาวอาทิตย์+อังคาร+พุธ (๑+๓+๔) โคจรทับลัคนาที่ราศีกันย์โดยมีพระราหู (๘)ราศีมีน เล็งดาวกลุ่มนี้ ทำให้เกิดคราสในราศีกุมภ์ (จันทรุปราคา)ในวันที่ 7 กันยายน 2549 และเกิดสุริยุปราคาที่ราศีกันย์ในวันที่ 22 กันยายน 2549 ในช่วงเดือนที่ปฏิวัติทำให้เกิดอาเพศกับเจ้าชะตาในเรื่องบริวาร, การงาน และทรัพย์สินของเจ้าชะตา ดาวเสาร์จร(๗) สถิตย์ราศีกรกฎทับดาวอาทิตย์,พุธ,พลูโตและจันทร์(๑+๔+พ+๒)โดยเฉพาะดาวเสาร์(๗)จรทับดาวจันทร์เดิม(๒) ดาวเสาร์มาจากเจ้าเรือนอริ และถูกจุดคราสมาแล้ว และส่งเกณฑ์พิเศษเป็นสามแก่ลัคนา ซึ่งมีดาวพุธ(๔) เป็นเจ้าเรือนในราศีกันย์และเป็นตนุเศษ(จุดตั้งรับ) ดังนั้นดาวเสาร์(๗)จรจึงเล่นงาน ดาวจันทร์,พุธที่เป็นตนุเศษและตนุลัคน์,อาทิตย์,พลูโต(๒+๓+๑+พ)ทำให้เจ้าชะตาเหมือนถูกต้อนเข้าซอยตันไม่มีทางหนี นอกจากนั้นกลุ่มดาวชะตางูกินหางได้แก่ อาทิตย์,อังคารและพุธ(๑+๓+๔) เป็นตัวจุดฉนวนเหมือนติดเชื้อไวรัสเริ่มออกอาการของความหมายงูกินหางเริ่มตั้งแต่นั้นมาได้แก่ การถูกอายัดทรัพย์สิน ใช้จ่ายเงินในการตั้งพรรคใหม่ การลงทุนในการเลือกตั้งหลายครั้งเป็นจำนวนมหาศาล และต้องมีเรื่องจ่ายสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน -----สรุปการวิเคราะห์ -----การวิเคราะห์นี้ไม่ได้วิเคราะห์เรื่องราวเรื่องอื่นๆ ทั้งหมด เช่น เรื่องครอบครัวกิจการนอกจากการเมือง, ธุรกิจ ฯลฯ เพียงวิเคราะห์ในส่วนที่มีผู้คนสนใจบางส่วนเท่านั้น เพราะถ้าวิเคราะห์ทั้งหมดคงจะเป็นหนังสือ พ็อกเก็ตบุ๊คเป็นเล่มได้ จึงขอวิเคราะห์พอหอมปากหอมคอมาให้อ่านกันในเรื่องหลักๆ เพียงเท่านี้ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| 15 ดวงประกาศิต | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
4. ในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับดวงชะตา
ดวงช่วงวันเกิดจลาจล 12 เมษายน 2552
และกาลจักร-ลัคน์จรหลังวันเกิด 24 กรกฎาคม 2552![]()
|
![]() หลายท่านตั้งโจทย์ถามว่า 1.คุณทักษิณ มีโอกาสกลับมาใหญ่อีกไหม? 2.ทรัพย์สินที่ถูกอายัดจะโดนยึดไหม? 3.การหย่าร้างเป็นเรื่องการเมืองหรือหย่าจริง 4.คุณทักษิณ ชินวัตร จะโดนจำคุกหรือไม่ 5.บั้นปลายชีวิตจะลงเอยอย่างไร? เช่นจะกลับมาเมืองไทยได้ไหม? ฯลฯ เนื่องจากการพยากรณ์ในอนาคตจะเป็นเรื่องทางการเมืองเป็นส่วนใหญ่ ผลของการพยากรณ์ไม่ว่าจะออกมาดีหรือไม่ดีจะกระทบกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อย่างกว้างขวาง ผู้เขียนจึงขออภัยท่านผู้อ่านที่จะไม่ขอพยากรณ์ในส่วนนี้เพื่อไม่ต้องการให้ท่านผู้อ่านรู้สึกว่าเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงขอจบคอลัมน์นี้เพียงเท่านี้ ในอนาคตถ้ามีโอกาสดีหรือเหมาะสมก็จะมาวิเคราะห์เพิ่มเติมให้ท่านผู้อ่านทราบต่อไป ![]()
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ที่มา : วารสารดวงประกาศิต เล่มที่ 29 ปีที่ 3 ประจำเดือนพฤษภาคม 2552.
คอลัมน์ "มิติอมตะ : วิเคราะห์ดวงทักษิณ : ทักษิณ ผู้จะพลิกแผ่นดิน? " โดย พรานดาว และ พ.ประกาศิต